ธนาคารพัฒนาเอเชียเปิดสำนักงานในสาธารณรัฐสหภาพเมียนมาร์

ย่างกุ้ง, สาธารณรัฐสหภาพเมียนมาร์ (1 สิงหาคม 2555) – ธนาคารพัฒนาเอเชีย (เอดีบี) ได้ก้าวสู่อีกย่างก้าวหนึ่งของการหวนกลับมามีปฏิสัมพันธ์กับสาธารณรัฐสหภาพพม่าด้วยการเปิดสำนักงานและแต่งตั้งเจ้าหน้าที่ไปประจำการในกรุงย่างกุ้ง

นาย Stephen P. Groff รองประธานธนาคารพัฒนาเอเชียด้านภูมิภาคเอเชียตะวันออก เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และแปซิฟิก กล่าวว่า “การจัดตั้งสำนักงานในสาธารณรัฐสหภาพเมียนมาร์ เปิดโอกาสให้เอดีบีทำความเข้าใจเกี่ยวกับปัญหาและปัจจัยท้าทายที่เมียร์มาร์กำลังเผชิญอยู่ได้ดียิ่งขึ้น พร้อมกับศึกษาว่า เอดีบีจะสามารถให้ความช่วยเหลือเพื่อให้เมียนมาร์บรรลุการเจริญเติบโตแบบยั่งยืนและทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมได้อย่างดีที่สุดอย่างไร ทั้งนี้ มีความสำคัญและจำเป็นอย่างยิ่งที่เอดีบีจะเข้าใจสภาพความเป็นจริงที่เมียนมาร์กำลังเผชิญอยู่ในขณะที่เราทำงานร่วมกับรัฐบาลเมียนมาร์เพื่อกำหนดยุทธศาสตร์ความเป็นหุ้นส่วนสำหรับการพัฒนาและการบรรเทาปัญหาความยากจนในเมียนมาร์”

สาธารณรัฐสหภาพเมียนมาร์เป็นประเทศที่มีฐานะยากจนที่สุดประเทศหนึ่งของโลก โดย 1 ใน 4ของประชากรจำนวน 60 ล้านคน ดำรงชีวิตด้วยความยากจน และประชากร 3 ใน 4 คน ไม่มีไฟฟ้าใช้ แม้ว่าสาธารณรัฐสหภาพเมียนมาร์จะกำลังก้าวย่างไปสู่ช่วงเวลาของการขยายตัวทางเศรษฐกิจ แต่ก็ยังมีความจำเป็นที่จะต้องดำเนินการปฏิรูปให้มากขึ้นพร้อมกับการสร้างสมดุลของการเติบโตแบบยั่งยืนเพื่อจะพัฒนาได้อย่างเต็มศักยภาพและบรรเทาปัญหาความยากจนที่กระจายในวงกว้าง

อนึ่ง เมื่อเร็ว ๆ นี้ เอดีบีเพิ่งเสร็จสิ้นการจัดทำรายงานการประเมินเบื้องต้นเกี่ยวกับสาขาหลักของการพัฒนาที่จำเป็นของสาธารณรัฐสหภาพเมียนมาร์ ซึ่งประกอบด้วย การคมนาคมขนส่ง พลังงาน การเกษตร และทรัพยากรธรรมชาติ การศึกษา และการพัฒนาเมือง รวมทั้ง การประปาและสุขอนามัย เอดีบีจะขยายขอบเขตของการศึกษาวิเคราะห์ในสาขาต่าง ๆ ที่มีความสำคัญเหล่านี้ รวมทั้งจัดสรรความช่วยเหลือทางวิชาการสำหรับการเพิ่มขีดความสามารถและเพิ่มพูนสมรรถนะของหน่วยงานต่าง ๆ ทั้งนี้ เอดีบีจะใช้สำนักงานในกรุงย่างกุ้งร่วมกันกับธนาคารโลกและบรรษัทเงินทุนระหว่างประเทศ และมีการแต่งตั้งเจ้าหน้าที่มาดำรงตำแหน่งประจำในสาธารณรัฐสหภาพเมียนมาร์

เอดีบีได้ยุติการปฏิบัติงานในสาธารณรัฐสหภาพเมียนมาร์ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2531 แม้ว่าสาธารณรัฐ สหภาพเมียนมาร์จะเป็นสมาชิกของโครงการพัฒนาความร่วมมือทางเศรษฐกิจในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขงและได้เข้าร่วมในกิจกรรมระดับภูมิภาคที่เอดีบีให้การสนับสนุนในช่วงเวลา 20 ปีที่ผ่านมา สำหรับการกลับไปดำเนินงานในสาธารณรัฐสหภาพเมียนมาร์อีกครั้งนี้ เอดีบีจะมีการประสานงานกับหุ้นส่วนการพัฒนาอื่นๆ และตั้งอยู่บนพื้นฐานของการชดใช้เงินกู้คงค้างของสาธารณรัฐสหภาพเมียนมาร์ นอกจากนี้ เมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม 2555 คณะกรรมการผู้อำนวยการของเอดีบีก็เพิ่งแต่งตั้งนาย Khin Khin Lwin ในฐานะผู้อำนวยการบริหารสำรองคนใหม่จากสาธารณรัฐสหภาพเมียนมาร์ ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่จากสาธารณรัฐสหภาพเมียนมาร์ได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งในคณะกรรมการบริหารของเอดีบีครั้งสุดท้ายเมื่อปี พ.ศ. 2546

เอดีบีซึ่งมีสำนักงานใหญ่ตั้งขึ้น ณ กรุงมะนิลา ได้อุทิศตนให้กับการลดความยากจนในภูมิภาคเอเชีย ผ่านการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจแบบทั่วถึงและทุกภาคมีส่วนร่วม การเจริญเติบโตแบบยั่งยืนที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อม และการบูรณาการทางภูมิภาค เอดีบีก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2509 มีสมาชิก 67 ประเทศ โดย 48 ประเทศมาจากประเทศในภูมิภาคเอเชีย ในปีพ.ศ. 2554 เอดีบีได้อนุมัติเงินช่วยเหลือ รวมทั้งเงินกู้ร่วม แก่ประเทศกำลังพัฒนาในเอเชีย มูลค่า 21.7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ