เอดีบีชี้ประเทศกำลังพัฒนาในภูมิภาคเอเชียยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง

View infographic in higher resolution.

ฮ่องกง (1 เมษายน 2557) – เศรษฐกิจของประเทศกำลังพัฒนาในเอเชียจะยังคงเติบโตอย่างมั่นคงในปี 2557 เนื่องจากอุปสงค์ที่สูงขึ้นจากการฟื้นตัวของประเทศเศรษฐกิจที่พัฒนาแล้ว แต่อาจลดน้อยลงจากการเติบโตในระดับปานกลางของจีน กล่าวโดยรายงานฉบับล่าสุดของธนาคารพัฒนานาเอเชีย (Asian Development Bank) หรือ เอดีบี

รายงานการวิเคราะห์เศรษฐกิจเอเชีย ปี 2557 (Asian Development Outlook 2014 – ADO) ซึ่งเป็นหนังสือเศรษฐกิจฉบับหลักของเอดีบี และเผยแพร่ในวันนี้ คาดการณ์ว่าภูมิภาคเอเชียที่กำลังพัฒนาจะมีอัตราการเติบโตของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ที่ร้อยละ 6.2 ในปี 2557 และ 6.4 ในปี 2558 โดยในปีที่ผ่านมา ภูมิภาคเติบโตที่ร้อยละ 6.1

นาย Takehiko Nakao ประธานเอดีบี กล่าวว่า ประเทศที่กำลังพัฒนาในเอเชียประสบความสำเร็จในการเตรียมตัวเพื่อรองรับการท้าทายในการเปลี่ยนแปลงสภาวะแวดล้อมของเศรษฐกิจโลก และจะยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่องในอีก 2 ปีข้างหน้า ความเสี่ยงต่างๆ ต่อภาพรวมของภูมิภาคบรรเทาลงเมื่อเปรียบเทียบกับปีที่ผ่านๆ มา และผู้กำหนดนโยบายในภูมิภาคสามารถบริหารจัดการต่อความเสี่ยงเหล่านั้นได้ ในขณะเดียวกัน ประเทศต่างๆ ควรพยายามอย่างต่อเนื่องในการดำเนินนโยบายเศรษฐกิจมหภาคที่ดีและปฏิรูปโครงสร้างที่จำเป็น

 

แนวโน้มสองประการกำหนดทิศทางโดยรวม ได้แก่ อุปสงค์ต่อผลผลิตในเอเชียคาดว่าจะเพิ่มมากขึ้น เนื่องจากการฟื้นตัวของประเทศเศรษฐกิจอุตสาหกรรมหลัก อัตราการเติบโตของ GDP ของสหรัฐอเมริกา สหภาพยุโรป และญีปุ่นรวมกัน คาดว่าจะสูงขึ้นถึงร้อยละ 1.9 ในปี 2557 จากเดิมที่ร้อยละ 1.0 ในปี 2556 และจะยังเติบโตต่อไปที่ร้อยละ 2.2 ในปี 2558

อุปสงค์ที่กระเตื่องขึ้นจะถูกบดบังด้วยการเจริญเติบโตในระดับปานกลางของจีน ซึ่งเศรษฐกิจชะลอลงที่ร้อยละ 7.7 ในปี 2556 เนื่องจากผลกระทบของการขยายตัวของสินเชื่อลดน้อยลง การลดการผลิตอุตสาหกรรมส่วนเกิน หนี้รัฐบาลท้องถิ่นเพิ่มมากขึ้น ค่าแรงสูงขึ้น ค่าเงินแข็งขึ้น และการเปลี่ยนผ่านของรัฐบาลในการเน้นคุณภาพของการจัดลำดับการพัฒนามากกว่าการเน้นปริมาณ ปัจจัยเหล่านี้ยังคงอยู่และคาดว่าการเติบโตของจีนจะชะลอตัวลงที่ร้อยละ 7.5 ในปี 2557 และร้อยละ 7.4 ในปี 2558

ในขณะที่ความเสี่ยงต่อภาพรวมบรรเทาลง แต่มีปัจจัยสามด้านที่ยังต้องติดตามอย่างใกล้ชิด ประการแรก หากการพยายามของจีนในการจำกัดการขยายตัวของสินเชื่อเป็นไปอย่างเฉียบพลันและส่งผลให้การเติบโตลดความร้อนแรงลง การชะลอตัวของเศรษฐกิจจีนอาจทำให้เศรษฐกิจของประเทศคู่ค้ามีแนวโน้มลดต่ำลงด้วย ประการที่สอง ข้อมูลการฟื้นตัวของประเทศเศรษฐกิจอุตสาหกรรมหลักมีความหลากหลาย ซึ่งเป็นไปได้ว่าความต้องการสินค้าของภูมิภาคจากประเทศเหล่านี้อาจจะน้อยกว่าที่คาดการณ์ไว้ ประการสุดท้าย การตื่นตระหนกของตลาดการเงินโลกต่อการเปลี่ยนแปลงนโยบายทางการเงินของสหรัฐยังคงดำเนินต่อไป

เมื่อพิจารณาเป็นรายอนุภูมิภาค จะเห็นว่าเอเชียตะวันออกมีแนวโน้มการเติบโตเป็นแนวราบเนื่องจากการเติบโตของจีนอยู่ในระดับปานกลาง โดยเอเชียตะวันออกเติบโตที่ร้อยละ 6.7 ในปี 2556 ซึ่งสูงขึ้นกว่าปีที่แล้วเล็กน้อย และคาดว่าจะคงอัตราการเติบโตในระดับเดิมในปี 2557 และ 2558 การชะลอตัวของเศรษฐกิจจีนจะถูกทดแทนโดยการเติบโตแบบขาขึ้นของประเทศเศรษฐกิจอุตสาหกรรมใหม่อย่างเกาหลี ฮ่องกง ไต้หวัน ส่วนมองโกเลีย เศรษฐกิจจะเติบโตในระดับปานกลางในปี 2557 และยังคงระดับเดิมในปี 2558 เนื่องจากนโยบายที่เข้มงวดขึ้นเพื่อควบคุมเงินเฟ้อ สำหรับอัตราเงินเฟ้อของเอเชียตะวันออกต่ำสุดในรอบ 4 ปี ที่ ร้อยละ 2.4 ในปี 2556 และจะยังคงอยู่ในระดับที่บริหารจัดการได้ที่ร้อยละ 2.5 ในปี 2557 และร้อยละ 2.9 ในปี 2558

ถึงแม้ว่าการเติบโตของเอเชียใต้จะค่อยเป็นค่อยไป แต่ยังคงเป็นอุภูมิภาคที่เติบโตช้าที่สุด โดย GDP ขยายตัวที่ร้อยละ 4.8 ในปี 2556 ทั้งนี้ การเติบโตของอินเดียในระดับปานกลางส่งผลกระทบต่อการเติบโตเฉลี่ยของอนุภูมิภาค โดยคาดว่าการเติบโตของเอเชียใต้จะดีขึ้นที่ร้อยละ 5.3 ในปี 2557 และร้อยละ 5.8 ในปี 2558 ในขณะที่อินเดียคาดว่าจะเติบโตที่ร้อยละ 5.5 ในปี 2557 และร้อยละ 6.0 ในปี 2558 เนื่องมาจากการดำเนินการปฏิรูปโครงสร้างที่ล่าช้าไปมาก

รูปแบบการเติบโตในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ถูกควบคุมโดยปัจจัยต่างๆ ในแต่ละประเทศ การเติบโตของอนุภูมิภาคชะลอตัวลงที่ร้อยละ 5 ในปี 2556 เนื่องจากตลาดส่งออกที่เบาบางลงได้ส่งผลกระทบต่ออินโดนีเซีย ไทย และมาเลเซีย การเติบโตของอินโดนีเซีย ซึ่งมีขนาดเศรษฐกิจใหญ่สุดในอนุภูมิภาค ลดน้อยลงในปีที่ผ่านมาอันมีสาเหตุจากนโยบายของรัฐบาลในการควบคุมอัตราเงินเฟ้อหลังจากราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ทั้งนี้ คาดว่าการเติบโตของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในปี 2557 จะเป็นไปในทิศทางเดียวกัน เนื่องจากตลาดส่งออกที่ดีขึ้นจะถูกบดบังด้วยอุปสงค์ภายในประเทศที่ชะลอตัวลง สำหรับประเทศไทย ความวุ่นวายทางการเมืองอาจส่งผลต่อแนวโน้มการเติบโตของไทยในปี 2557 โดยคาดว่าเศรษฐกิจไทยจะเติบโตที่ร้อยละ 2.9 ในปีนี้ ส่วนแนวโน้มการเติบโตของอนุภูมิภาคในปี 2558 คาดว่าจะกระเตื้องขึ้นที่ร้อยละ 5.4 เนื่องจากการเติบโตของอินโดนีเซียที่เพิ่มสูงขึ้นหลังจากเงินเฟ้อลดต่ำลง และเศรษฐกิจไทยที่ปรับตัวดีขึ้นหากความวุ่นวายทางการเมืองลดน้อยลง

ในขณะเดียวกัน เอเชียกลางจะยังคงเติบโตอต่อไปเนื่องจากประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดได้กระตุ้นการใช้จ่ายภาครัฐ การขยายตัวทางเศรษฐกิจดีเกินคาดของคาซักสถาน ซึ่ง มี GDP คิดเป็นสัดส่วนเกือบครึ่งหนึ่งของอนุภูมิภาค และการปรับตัวดีขึ้นอย่างเฉียบพลันของอาเซอร์ไบจาน และคีร์กีซ ทำให้เอเชียกลางเติบโตเกือบถึงร้อยละ 6.5 ในปี 2556 และคาดว่าอนุภูมิภาคจะยังคงรักษาอัตราการเติบโตนี้ต่อไปจนถึงปี 2558 ถึงแม้สถานการณ์ตึงเครียดในยูเครนจะทำให้เกิดปัจจัยเสี่ยงขึ้น เงินเฟ้อในเอเชียกลางคาดว่าจะเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 9 ในปี 2557 สะท้อนถึงค่าเงินของคาซักสถาน คีร์กีซ และทาจิกิซสถานที่ลดต่ำลง และการเติบโตที่เพิ่มขึ้นของจอร์เจีย และเติร์กเมนิสถาน

เศรษฐกิจในอนุภูมิภาคแปซิฟิกจะปรับตัวดีขึ้นโดยมีปัจจัยหลักจากการผลิตก๊าซธรรมชาติในประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่ที่สุด GDP ของอนุภูมิภาคเติบโตช้าเป็นปีที่สองติดต่อกัน โดยลดลงมาอยู่ที่ร้อยละ 4.8 ในปี 2556 เนื่องจากการก่อสร้างโครงการก๊าซธรรมชาติในปาปัวนิวกินนี ทั้งนี้ การส่งออกก๊าซที่จะเริ่มขึ้นในปี 2557 และการดำเนินการเต็มรูปแบบทั้งปีในปี 2558 จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจของปาปัวนิวกินีและของอนุภูมิภาคโดยรวม โดยคาดว่า GDP ของแปซิฟิกจะเติบโตที่ร้อยละ 5.4 ในปี 2557 ก่อนที่จะปรับตัวพุ่งทะยานสูงขึ้นที่ร้อยละ 13.3 ในปี 2558 จากการส่งออกก๊าซของปาปัวนิวกินี