เอดีบีคาดเศรษฐกิจเอเชียเติบโตช้าลง แต่เงินเฟ้อสูงขึ้น

ฮ่องกง ( 16 กันยายน 2551) – “เศรษฐกิจของประเทศกำลังพัฒนาในเอเชียจะกลับมาเติบโตในระดับปานกลางที่ร้อยละ 7.5 ในปีนี้ และร้อยละ 7.2 ในปีหน้า หลังจากเติบโตเร็วที่สุดในรอบเกือบสองทศวรรษที่ร้อยละ 9 ในปี 2550” ธนาคารพัฒนาเอเชีย หรือ เอดีบี กล่าวในรายงานการวิเคราะห์เศรษฐกิจเอเชียล่าสุด ประจำปี 2551 (Asian Development Outlook 2008 Update : ADO Update)

ADO Update ยังได้รายงานเตือนว่าแรงกดดันด้านเงินเฟ้อในภูมิภาคจะเพิ่มสูงขึ้น และจะถึงจุดเดือดหากไม่ได้รับการแก้ไข โดยคาดว่าอัตราเงินเฟ้อในเอเชียและแปซิฟิกจะอยู่ที่ร้อยละ 7.8 ในปี 2551 ซึ่งสูงกว่าที่คาดการณ์ไว้ก่อนหน้านี่ที่ร้อยละ 5.1 ในขณะที่อัตราเงินเฟ้อคาดว่าจะสูงถึงร้อยละ 6 ได้ในปี 2552

ทั้งนี้ รายงานดังกล่าวบ่งชี้ว่าม่านหมอกที่ปกคลุมเศรษฐกิจภูมิภาค ได้แก่ ราคาสินค้าอาหารและราคาน้ำมันระหว่างประเทศที่ยังคงอยู่ในระดับสูง เงินเฟ้อที่ยังคงสูงอยู่ และการชะลอตัวต่อเนื่องของเศรษฐกิจในประเทศอุตสาหกรรม

ADO Update ได้เน้นว่าการขาดแคลนอุปทานจะยังคงเป็นประเด็นปัญหาหลักในตลาดสินค้าโภคภัณฑ์โลก โดยนายอิฟซัล อาลี หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ประจำเอดีบีกล่าวว่า ในขณะที่ราคาน้ำมันมีแนวโน้มจะลดลงในระยะสั้น แต่ยังคงมีราคาสูงและผันผวนในระยะยาว ดังนั้น ปัญหาราคาน้ำมันสูงยังคงมีอยู่ และเนื่องจากราคาอาหารได้รับอิทธิพลจากราคาน้ำมัน ราคาอาหารแพงก็ยังคงเป็นปัญหาอยู่เช่นกัน

นอกจากนี้ รายงานฉบับนี้ยังเตือนว่าการที่อัตราเงินเฟ้อสูงขึ้นในทั่วทุกประเทศกำลังพัฒนาในเอเชียไม่สามารถกล่าวโทษได้ว่าเป็นผลเพียงอย่างเดียวจากปัจจัยผลักดันด้านต้นทุน(cost-push factors) เช่น ราคาสินค้าโภคภัณฑ์โลกแพง แต่การวิเคราะห์ใน ADO Update ชี้ให้เห็นว่าปัจจัยดึงด้านอุปสงค์ (demand-pull factors) โดยเฉพาะจากอุปสงค์รวมส่วนเกินและการคาดการณ์เงินเฟ้อ เป็นองค์ประกอบใหญ่ที่ทำให้เกิดความผันผวนของเงินเฟ้อภายในประเทศด้วย

“ผลกระทบของราคาอาหารและน้ำมันแพงต่ออัตราเงินเฟ้อได้กระจายไปทั่วเอเชีย” นายอาลีกล่าว “ผลของการศึกษานี้ได้มีนัยสำคัญต่อการดำเนินนโยบายการเงินในภูมิภาคมาก กล่าวคือ การใช้นโยบายการเงินแบบตึงตัวยังคงเป็นเครื่องมือหลักอย่างหนึ่งในการสู้กับเงินเฟ้อในเอเชีย และบัดนี้ ถึงเวลาแล้วที่รัฐบาลจะต้องรัดเข็มขัดและตัดนโยบายอุดหนุนต่างๆ เช่น การอุดหนุนน้ำมัน ที่ใช้ชดเชย ผู้บริโภคจากการเพิ่มขึ้นของราคา ทั้งนี้ การชดเชยดังกล่าวไม่มีความยั่งยืน เนื่องจากเมื่อมีการยกเลิกการชดเชยแล้ว แรงกดดันเงินเฟ้อก็จะกลับมาใหม่

ในรายงาน ADO Update ได้ร้องขอให้เศรษฐกิจในประเทศกำลังพัฒนาเผชิญกับปัญหาเงินเฟ้อที่ปรับตัวสูงขึ้น แม้ว่าเศรษฐกิจจะต้องเติบโตช้าลง นอกจากนั้น ภูมิภาคจะต้องเรียนรู้ที่จะปรับตัวสู่ภาวะราคาสินค้าโภคภัณฑ์แพง

รายงานฉบับดังกล่าวยังตระหนักถึงแนวโน้มของภูมิภาคที่ยังคงผูกติดกับอนาคตของประเทศอุตสาหกรรม นายอาลีกล่าวว่า การแยกตัวของเศรษฐกิจโลก (Uncoupling) ยังคงเป็นเพียงความเชื่อ โดย รายงานของเอดบีได้แสดงว่าการเติบโตของภูมิภาคยังคงพึ่งพิงประเทศอุตสาหกรรมอยู่ หากการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลกยืดเยื้อเกินปี 2552 ผลกระทบต่อภูมิภาคอาจจะรุนแรงมากขึ้น

โดยรวม รายงานฉบับนี้สรุปว่าปัจจัยสำคัญที่จะทำให้ภูมิภาคเติบโตได้เต็มศักยภาพที่ยิ่งใหญ่ ได้แก่ ความรวดเร็วและความสำเร็จ ที่จะนำเสถียรภาพเศรษฐกิจมหภาคกลับคืนมากและการเร่งปฏิรูปโครงสร้างที่จำเป็น

เอดีบี ซึ่งมีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ ณ กรุงมะนิลา ได้อุทิศตนให้กับการลดปัญหาความยากจนในภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก โดยผ่านการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจแบบองค์รวม การเติบโตแบบยั่งยืนที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อม และการรวมตัวทางเศรษฐกิจ เอดีบีก่อตั้งเมื่อปี 2509 และมีสมาชิกทั้งหมด 67 ประเทศ โดย 48 ประเทศมาจากประเทศในภูมิภาค ในปี 2550 เอดีบีได้อนุมัติเงินกู้เป็นจำนวนเงินทั้งสิ้น 10.1 พันล้านเหรียญสหรัฐ และโครงการแบบเงินให้เปล่าอีกจำนวน 637 ล้านเหรียญสหรัฐ รวมทั้งความช่วยเหลือทางวิชาการจำนวน 243 ล้านเหรียญสหรัฐ