รายงานของธนาคารพัฒนาเอเชีย (เอดีบี)ระบุว่า การเปลี่ยนแปลงไปสู่สังคมของผู้สูงอายุในเอเชีย ต้องการนโยบายที่ชัดเจนมารองรับ

กรุงเทพ ฯ ประเทศไทย (14 กันยายน 2554) – รายงานการวิเคราะห์สถานการณ์และแนวโน้มทางเศรษฐกิจเอเชียของธนาคารพัฒนาเอเชีย (เอดีบี) ปี 2554 ฉบับล่าสุด ระบุว่า ประเทศกาลังพัฒนาในเอเชียจะเผชิญกับปัญหาการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างทางประชากรไปสู่สังคมของผู้สูงวัยในหลายศตวรรษข้างหน้าซึ่งผู้กาหนดนโยบายจะต้องบริหารจัดการกับปัญหาดังกล่าวอย่างระมัดระวังเพื่อรักษาไว้ซึ่งการเติบโตทางเศรษฐกิจท่ามกลางสภาวะของประชากรที่เข้าสู่วัยชราภาพ

เอดีบีระบุในบทวิเคราะห์พิเศษของรายงานการวิเคราะห์สถานการณ์และแนวโน้มทางเศรษฐกิจเอเชีย ปี 2554 ฉบับล่าสุด ซึ่งเผยแพร่ในวันนี้ว่า ประเทศกาลังพัฒนาในเอเชียยังมีประชากรที่เยาว์วัยอยู่ อย่างไรก็ดี ประชากรของเอเชียก็กาลังเข้าสู่สภาวะสูงวัยในอัตราที่รวดเร็ว ซึ่งส่งผลให้เกิดความกดดันด้านเศรษฐกิจต่อหลายประเทศในภูมิภาค

นาย Changyong Rhee หัวหน้าเศรษกรของเอดีบีกล่าวว่า “ประชากรเอเชียกาลังเข้าสู่สภาวะสูงวัยในอัตรารวดเร็วอย่างไม่เคยมีมาก่อนในประวัติศาสตร์ และเมื่อปัจจัยที่เคยส่งเสริมการเติบโตแบบพึ่งพาแรงงาน (labor intensive growth) ของเอเชียกลายมาเป็นภาระทางเศรษฐกิจ ภูมิภาคเอเชียจะต้องหาทางแก้ไขปัญหาเพื่อรักษาไว้ซื่งการขยายตัวทางเศรษฐกิจและเพื่อเพิ่มความช่วยเหลือที่ครอบคลุมมากขึ้นแก่ประชากรสูงอายุที่กาลังเพิ่มจานวนขึ้น”

รายงานของเอดีบีระบุด้วยว่า หลายประเทศในเอเชียตะวันออกและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ได้ประสบกับปัญหาการเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัดของจานวนประชากรสูงอายุ ทั้งนี้ คาดว่า สาธารณรัฐประชาชนจีนซึ่งเป็นประเทศที่มีเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดในภูมิภาค จะต้องเผชิญกับสภาวะที่สัดส่วนของประชากรสูงวัยต่อประชากรวัยทางานต่างกันถึง 4 เท่า ระหว่างปัจจุบันถึงปี 2593 ซึ่งเป็นอัตราส่วนที่สูงกว่าในสหรัฐอเมริกา ในขณะเดียวกัน ประเทศที่มีประชากรเยาว์วัย อาทิ สาธารณรัฐอินเดีย สาธารณรัฐ สังคมนิยมปากีสถาน และสาธารณรัฐฟิลิปปินส์ ก็มีโอกาสค่อนข้างน้อยที่จะใช้ประโยชน์จากประชากรเยาว์วัยเหล่านั้นก่อนที่พวกเขาจะเริ่มเข้าสู่ชราภาพ

รายงานของเอดีบีระบุด้วยว่า การเปลี่ยนแปลงทางโครงสร้างประชากรดังกล่าวจะต้องได้รับการรับมือด้วยการปฎิรูปทางโครงสร้างและการดาเนินการที่เป็นรูปธรรม รัฐบาลของประเทศที่มีประชากรสูงวัยจานวนมากและในระดับจานวนปานกลาง จะต้องปรับปรุงระบบต่างๆ ของรัฐบาลที่เกี่ยวข้องกับการให้ความช่วยเหลือแก่ประชากรสูงวัย ซึ่งระบบส่วนใหญ่ดังกล่าวยังคงไม่ได้รับการพัฒนา ทั้งนี้ นาย Rhee มีความเห็นว่า “รัฐบาลของประเทศในเอเชียจะต้องเริ่มปรับปรุง หรือในบางกรณี เริ่มสร้าง ระบบบาเหน็จบานาญ ระบบการดูแลสุขภาพ และระบบการประกันสังคม ”

นอกจากนี้ ประเทศกาลังพัฒนาในเอเชียจะต้องทาให้ตลาดแรงงานมีความยืดหยุ่นมากขึ้นโดยอนุญาตให้มีการเคลื่อนย้ายแรงงานจากประเทศที่มีแรงงานที่เยาว์วัยกว่า และมีจานวนมากกว่า ไปยังประเทศที่ขาดแคลนแรงงาน ได้สะดวกและรวดเร็วขึ้น นอกจากนี้ การเพิ่มการลงทุนด้านกายภาพ (physical capital) และทรัพยากรมนุษย์ (human capital) จะช่วยให้ทั้งประเทศที่มีประชากรสูงวัยกว่าและประเทศที่มีประชากรเยาว์วัยสามารถรักษาระดับการเติบโตทางเศรษฐกิจท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากรไปสู่สังคมของผู้สูงวัยได้ อนึ่ง รายงานของเอดีบีระบุด้วยว่า ด้วยระดับของการออมและเงินทุนจานวนมาก ประเทศกาลังพัฒนาในเอเชียอยู่ในสถานะที่ดีในการรับมือกับปัจจัยเสี่ยงด้านการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากรในอนาคต ในขณะเดียวกัน ประเทศกาลังพัฒนาในเอเชียก็ควรที่จะใช้ประโยชน์จากโอกาสที่มีอยู่ในมือ อาทิ จานวนเงินออมจากการเกษียณอายุที่เพิ่มสูงขึ้น ซึ่งจะเอื้อประโยชน์ให้แก่ภูมิภาคเอเชียโดยรวม โดยเงินเหล่านั้น น่าจะสามารถนามาใช้สนับสนุนการพัฒนาด้านการเงินและใช้ลงทุนในประเทศที่เงินทุนขาดแคลน

รายงานการวิเคราะห์สถานการณ์และแนวโน้มทางเศรษฐกิจเอเชีย (Asia Development Outlook: ADO) และรายงานการวิเคราะห์สถานการณ์และแนวโน้มทางเศรษฐกิจเอเชียของธนาคาร ฉบับล่าสุด (Asian Development Outlook Update: ADOU) เป็นรายงานการวิเคราะห์เศรษฐกิจเอเชียฉบับสาคัญของเอดีบี ซึ่งเผยแพร่ในเดือนเมษายน และกันยายน ของทุกปี

เอดีบีซึ่งมีสานักงานใหญ่ตั้งขึ้น ณ กรุงมะนิลา ได้อุทิศตนให้กับการลดความยากจนในภูมิภาคเอเชีย ผ่านการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจแบบองก์รวม การเจริญเติบโตแบบยั่งยืนที่คานึงถึงสิ่งแวดล้อม และการบูรณาการทางภูมิภาค เอดีบีก่อตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2509 มีสมาชิก 67 ประเทศ โดย 48 ประเทศมาจากประเทศในภูมิภาคเอเชีย ในปี พ.ศ. 2553 เอดีบีได้อนุมัติเงินช่วยเหลือ รวมทั้งเงินกู้ร่วม รวมเป็นมูลค่า 17.51 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ นอกจากนี้ โครงการสินเชื่อเพื่อการค้าของเอดีบีได้ให้การสนับสนุนด้านการค้าเป็นมูลค่า 2.8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ