เอดีบีชี้การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเป็นภัยคุกคามต่อราคาอาหาร ความไม่มั่นคงทางพลังงาน และการอพยพย้ายถิ่นของประชากร

ร่างผลการศึกษาดังกล่าว ถูกเผยแพร่ที่กรุงเทพมหานคร เมื่อวันพุธที่ผ่านมา ณ การประชุมเจรจาของสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เพื่อให้สอดคล้องกับสนธิสัญญาฉบับใหม่ของพิธีสารเกียวโตที่จะสิ้นสุดลงในปี 2555

ผลการศึกษาดังกล่าว แสดงให้เห็นว่าผลกระทบจากอุณหภูมิที่สูงขึ้นเรื่อยๆในเอเชีย จะมีผลกระทบต่อประเทศที่ยากจนในภูมิภาค โดยเฉพาะอย่างยิ่งสตรีที่อยู่ในพื้นที่ชนบทในประเทศที่กำลังพัฒนานั้น จะเป็นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด เนื่องจาก ยังต้องพึ่งพาพืชผลเพื่อยังชีพ การเข้าถึงทรัพยากรมีอย่างจำกัด และการขาดซึ่งอำนาจในการตัดสินใจ

นางเออซูลา พรูส รองประธานเอดีบี กล่าวว่า ความมั่นคงทางอาหารและพลังงานของทุกประเทศในเอเชียถูกคุกคามโดยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ แต่คนยากจน โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มสตรียากจน จะได้รับผลกระทบมากที่สุด และมีแนวโน้มให้กลุ่มประชากรเหล่านี้อพยพย้ายถิ่นเพื่อหาความมั่นคงทางอาหารและพลังงาน

มากกว่าครึ่งของประชากรทั้งหมดในเอเชียมีชีวิตความเป็นอยู่ต่ำกว่าเส้นความยากจนที่ 2 เหรียญสรอ. ต่อวัน และประชากรกลุ่มนี้โดยส่วนใหญ่อาศัยฝนในการทำการเกษตร และอาศัยอยู่ในพื้นที่ที่เสี่ยงต่อภูมิอากาศที่ไม่แน่นอนและเปลี่ยนแปลง

การศึกษา 3 เรื่องที่อ้างถึงเบื้องต้น ได้แก่ 1). ด้านการเกษตร ศึกษาโดยสถาบันวิจัยนโยบายอาหารระหว่างประเทศ (International Food Policy Research Institute : IFPRI) ของสหรัฐอเมริกา 2). ด้านพลังงาน ศึกษาโดยสถาบันพลังงานและแหล่งพลังงาน (Energy and Resources Institute : TERI) อินเดีย และ 3). ด้านการอพยพย้ายถิ่น ศึกษาโดยมหาวิทยาลัยแห่งอเดลเลย์ (University of Adelaide) ออสเตรเลีย

รายงานด้านการเกษตรระบุว่า ภาคการเกษตรและความมั่นคงทางอาหาร จะอ่อนไหวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเป็นพิเศษ ประชากรในเอเชียประมาณ 2.2 พันล้านคนพึ่งพาอาศัยเกษตรกรรมในการหาเลี้ยงชีพ ซึ่งปัจจุบันได้รับผลกระทบจากผลผลิตที่ลดต่ำลงโดยมีสาเหตุมาจากน้ำท่วม ความแห้งแล้ง ฝนตกไม่ถูกต้องตามฤดูกาล และผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอื่นๆ ทั้งนี้ จากแบบจำลองสภาพอากาศ ณ ปัจจุบัน บ่งชี้ว่า ราคา อาหารอาจจะเพิ่มสูงขึ้นอย่างมาก โดยราคาข้าวเพิ่มขึ้นร้อยละ 29-37% ราคาข้าวโพดเพิ่มขึ้นร้อยละ 58-97% และข้าวสาลีเพิ่มขึ้นร้อยละ 81-102% ภายในปี 2050

จากผลการวิจัยด้านพลังงานพบว่า การเข้าถึงพลังงานที่สามารถซื้อได้ตกอยู่ในภาวะเสี่ยงเพิ่มมากขึ้นทุกวัน เนื่องจากปัจจัยหลายๆอย่าง รวมทั้งช่องว่างระหว่างอุปสงค์และอุปทาน การพึ่งพิงการผลิตเชื้อเพลิงแบบดั้งเดิมสูง การใช้พลังงานอย่างเข้มข้นของเศรษฐกิจประเทศต่างๆในภูมิภาค ทั้งนี้ แนวโน้มการใช้พลังงานหมุนเวียนอย่างกว้างขวางในภูมิภาคน่าจะช่วยลดความเสี่ยงดังกล่าวได้หากนโยบายและมาตรการทางการเงินต่างๆ จะเร่งให้เกิดเทคโนโลยีใหม่ๆ เช่น พลังงานน้ำและแสงอาทิตย์ขนาดเล็ก สำหรับคนยากจน

ผลการศึกษาด้านการอพยพย้ายฐิ่นพบว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพทางภูมิอากาศ รวมถึงภัยคุกคามต่อการเกษตรและพลังงานของเอเชีย จะส่งผลที่สำคัญต่อการอพยพย้ายถิ่นภายในประเทศ โดยได้ระบุเมืองจำนวนหนึ่งในเอเชียและแปซิฟิก ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีความเสี่ยงสูงต่ออันตรายจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ สำหรับมาตรฐานที่ใช้ในการกำหนดพื้นที่ดังกล่าวนั้น รวมถึงแนวพื้นที่ชายฝั่งที่เสี่ยงต่อระดับน้ำทะเลที่เพิ่มสูงขึ้น การขาดแคลนน้ำ น้ำท่วมและพายุไซโคลน

เอดีบี ซึ่งมีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ ณ กรุงมะนิลา ได้ให้ความสำคัญในการลดปัญหาความยากจนในภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก โดยผ่านการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจแบบองค์รวม การเติบโตแบบยั่งยืนที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อม และการรวมตัวทางเศรษฐกิจ เอดีบีก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2509 และมีสมาชิกทั้งหมด 67 ประเทศ โดย 48 ประเทศมาจากประเทศในภูมิภาค ในปี 2551 เอดีบีได้อนุมัติเงินกู้เป็นจำนวนเงินทั้งสิ้น 10.5 พันล้านเหรียญสรอ. และโครงการแบบเงินให้เปล่าอีกจำนวน 811.4 ล้านเหรียญสรอ. รวมทั้งความช่วยเหลือทางวิชาการจำนวน 274.5 ล้านเหรียญสรอ.