ประเทศลุ่มแม่น้ำโขงขยายความร่วมมือด้านพลังงานที่มากไปกว่าไฟฟ้า

ในแถลงการณ์ร่วมของการประชุมรัฐมนตรีประเทศลุ่มแม่น้ำโขง (GMS Ministerial Conference) ครั้งที่ 15 ณ จังหวัดเพชรบุรี ประเทศไทย รัฐมนตรีจากกัมพูชา จีน ลาว พม่า ไทย และเวียดนาม ได้รับทราบว่าประเทศ GMS ทั้ง 6 ได้ดำเนินการตามความริเริ่มต่างๆ ก้าวหน้าไปมาก เพื่อพัฒนาเศรษฐกิจในอนุภูมิภาค ถึงแม้ว่าจะอยู่ในช่วงวิกฤตเศรษฐกิจ

ในสาขาพลังงาน รัฐมนตรีได้รับรองแผนเพื่อขยายการค้าพลังงานข้ามพรมแดนที่มีอยู่ และเพื่อการวมตัวกันในสาขาดังกล่าวให้กว้างขวางมากขึ้นไปกว่าการเข้าถึงแหล่งไฟฟ้า โดยแผนดังกล่าวจะช่วยเพิ่มช่องทางให้ชุมชนต่างๆ ในประเทศ GMS เข้าถึงพลังงานที่ทันสมัยกว่าเดิม ไม่ใช่จากระบบไฟฟ้าท้องถิ่นที่ไม่มีสายส่ง แต่โดยพัฒนาการใช้พลังงานข้ามพรมแดนร่วมกันให้ดียิ่งขึ้น ซึ่งจะทำให้ประเทศต่างๆ สามารถเข้าถึงแหล่งพลังงานหลากหลายที่มีอยู่ในอนุภูมิภาค เช่น พลังงานน้ำ น้ำมัน ก๊าซ และถ่านหิน ได้อย่างทั่วถึง

การรวมระบบพลังงานดังกล่าว จะช่วยลดต้นทุนของการลงทุนให้ต่ำลง ลดการพึ่งพาจากภายนอก เสริมสร้างความมั่นคงด้านพลังงาน ทำให้แหล่งพลังงานมีความหลากหลาย และลดการปล่อยก๊าซคาร์บอน ทั้งนี้ แผนความร่วมมือด้านพลังงานจะเรียกร้องให้ฝ่ายผู้ผลิต (ด้านอุปสงค์) ดำเนินการต่างๆ อาทิเช่น สนับสนุนการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ เร่งรัดการพัฒนาแหล่งพลังงานหมุนเวียนและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมให้มากขึ้น

รัฐมนตรีประเทศ GMS ยังให้การรับรองแผนการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ฉบับใหม่ ซึ่งรวมมาตรการต่างๆ ที่จะช่วยสนับสนุนการอพยพแรงงานข้ามชาติอย่างปลอดภัยมากขึ้น ควบคุมโรคติดต่อได้อย่างเข้มแข็ง สนับสนุนการพัฒนาทักษะและการศึกษาทั่วอนุภูมิภาคอย่างต่อเนื่อง และต่อสู้กับการค้ามนุษย์

นายกรีนวูด รองประธานธนาคารพัฒนาเอเชีย หรือ เอดีบี กล่าวว่า ความตกลงที่จะเร่งรัดการปฏิบัติการเกี่ยวกับการค้าพลังงานข้ามพรมแดนและการพัฒนาแหล่งพลังงานหมุนเวียนนั้น จะช่วยกระตุ้นเรื่องความมั่นคงด้านพลังงาน ผ่านการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน ในขณะที่มีการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในอนุภูมิภาค ซึ่งมีผลกระทบที่อ่อนไหวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

นายกรีนวูด ได้แสดงความยินดีกับรัฐมนตรีทั้งหลาย ที่ประเทศ GMS มีความก้าวหน้าในการควบคุมโรคติดต่อ และการเสริมสร้างขีดสามารถในการควบคุมการแพร่ระบาดของโรคได้ รวมทั้งยังรับทราบถึงโรคที่เป็นภัยคุกคามต่อสุขภาพชนิดใหม่ของโลก

นอกจากนั้น นายกรีนวูดยังได้รับทราบว่า เอดีบีจะยังคงสนับสนุนการพัฒนาขีดความสามารถของเจ้าหน้าที่ระดับกลางและระดับสูงและการเสริมสร้างสถาบันวิจัยของอนุภูมิภาคอย่างต่อเนื่อง ซึ่งทั้งสองประการเป็นสิ่งสำคัญต่อการพัฒนา GMS

ในอีก 3 ปีข้างหน้า รัฐมนตรี GMS กล่าวว่า พวกเขาตั้งเป้าหมายที่จะดำเนินการตามความตกลงว่าด้วยการขนส่งข้ามแดน และความริเริ่มการค้าและการขนส่งอื่นๆ รวมทั้งจะเปลี่ยนเส้นทางขนส่งให้เป็นเขตเศรษฐกิจที่สมบูรณ์ และตั้งเป้าในการปรับปรุงสิ่งแวดล้อมให้ดีขึ้น

เอดีบี ซึ่งมีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ ณ กรุงมะนิลา ได้อุทิศตนให้กับการลดปัญหาความยากจนในภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก โดยผ่านการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจแบบองค์รวม การเติบโตแบบยั่งยืนที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อม และการรวมตัวทางเศรษฐกิจ เอดีบีก่อตั้งเมื่อปี 2509 และมีสมาชิกทั้งหมด 67 ประเทศ โดย 48 ประเทศมาจากประเทศในภูมิภาค ในปี 2551 เอดีบีได้อนุมัติเงินกู้เป็นจำนวนเงินทั้งสิ้น 10.5 พันล้านเหรียญสรอ. และโครงการแบบเงินให้เปล่าอีกจำนวน 811.4 ล้านเหรียญสรอ. รวมทั้งความช่วยเหลือทางวิชาการจำนวน 274.5 ล้านเหรียญสรอ.