โรงงานผลิตกระแสไฟฟ้าจากก๊าซธรรมชาติแห่งใหม่ช่วยตอบสนองความต้องการพลังงานไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นของประเทศไทย

มะนิลา, ฟิลิปปินส์ (7 พฤศจิกายน 2554) – ธนาคารพัฒนาเอเชีย หรือเอดีบี (Asian Development Bank -ADB) จะให้เงินกู้ จานวน 170 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สาหรับโครงการก่อสร้างโรงงานผลิตกระแสไฟฟ้าจากก๊าซธรรมชาติในประเทศไทยซึ่งจะช่วยสนับสนุนการจัดหาพลังงานสะอาดในราคาที่ผู้ใช้สามารถจ่ายได้เพื่อตอบสนองความต้องการพลังงานไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นของประเทศไทย

นาย Daniel Wiedmer ผู้เชี่ยวชาญพิเศษด้านการลงทุนประจาสานัการปฏิบัติการภาคเอกชน ของเอดีบี กล่าวว่า “โครงการนี้นับเป็นโครงการผู้ผลิตไฟฟ้าอิสระ (independent power producer-IPP) ขนาดใหญ่โครงการแรกในประเทศไทยนับตั้งแต่วิกฤตเศรษฐกิจเมื่อปี พ.ศ. 2551 โดยเป็นโครงการที่รวมเอาวิทยาการที่ล้าสมัยมาใช้ในการผลิตพลังงานไฟฟ้าซึ่งมีประสิทธิภาพมากกว่าระบบการผลิตพลังงานไฟฟ้าโดยใช้ถ่านหินเป็นเชื้อเพลิงซึ่งเป็นทางเลือกเดียวที่ผู้ผลิตไฟฟ้าอิสสระใช้กันอยู่ในปัจจุบัน” อนึ่ง โรงงานผลิตกระแสไฟฟ้าขนาด 1,600 เมกกะวัตต์ นี้ จะตั้งอยู่ที่อาเภอหนองแซง จ.สระบุรี

โดยเป็นโครงการภายใต้ความร่วมมือของรัฐและเอกชน (public-private partnership) ซึ่งจะข่วยตอบสนองความต้องการด้านพลังงานของประเทศไทยซึ่งเพิ่มขึ้นสูงกว่าร้อยละ 10 ในช่วง 7 เดือนแรกของปี พ.ศ. 2553 ทั้งนี้ ด้วยวิธีการเผาผลาญเชื้อเพลิงแบบสะอาด โรงงาน ฯ แห่งนี้จะช่วยลดปริมาณการปลดปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากการผลิตกระแสไฟฟ้าโดยใช้ถ่านหินเป็นเชื้อเพลิงได้ถึง 5 ล้านตันต่อปี

ทั้งนี้ การมีส่วนร่วมและความตั้งใจจริงในการให้ความช่วยเหลือด้วยเงินกู้ระยะยาวของเอดีบีได้ส่งเสริมให้ธนาคารพาณิชย์สนใจเข้ามาให้การสนับสนุนโครงการ ฯ ดังกล่าว ซึ่งช่วยให้บริษัท J-Power สามารถผ่อนชาระได้ในระยะยาว และทาให้บริษัท ฯ สามารถผลิตกระแสไฟฟ้าที่มีต้นทุนต่าให้ผู้บริโภคในประเทศไทยได้ ซึ่งนับเป็นปัจจัยสาคัญที่ช่วยเกื้อหนุนการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจของไทย และช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกิบการไทย รวมทั้งช่วยบรรเทาปัญหาความยากจน

อนึ่ง บริษัท J-Power ซึ่งเป็นบริษัทผู้ผลิตกระแสไฟฟ้ารายใหญ่ที่สุดของประเทศญี่ปุ่น จะเป็นผู้พัฒนาและดาเนินโครงการ ฯ โดยมีความตกลงจาหน่ายกระแสไฟฟ้าให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยเป็นระยะเวลา 25 ปี โดยการปิโตรเลียมแห่งประเทศไทย (ปตท) จะเป็นผู้จัดส่งก๊าซธรรมชาติเพื่อใช้ในการผลิตกระแสไฟฟ้า และบริษัท มิตซูบิชิ เฮฟวี่ อินดัสตรี (Mitsubishi Heavy Industries) เป็นผู้ก่อสร้างโครงการและสิ่งอานวยความสะดวกต่าง

เอดีบีมีบทบาทอย่างแข็งขันต่อการพัฒนาพลังงานสะอาดในประเทศไทย โดยได้ให้การสนับสนุนด้านการเงินต่อโครงการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ของเอกชนในประเทศไทย จานวน 2 โครงการ ซึ่งรวมถึงโครงการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์โดยใช้แผ่นฟิลม์ชนิดบาง (photovoltaic) ขนาดใหญ่ที่สุดในโลกซึ่งตั้งอยู่ที่ จ. ลพบุรี ทั้งนี้ พร้อมกับการลงทุนของบริษัท บริษัท J-Power และเงินกู้ 23 ปีของเอดีบี ธนาคารเพื่อความร่วมมือระหว่างประเทศของญี่ปุ่น (Japan Bank for International Cooperation) และธนาคารเพื่อความร่วมมือระหว่างประเทศของญี่ปุ่น (Japan Bank for International Cooperation) และธนาคารพาณิชย์อีกหลายแห่ง ประกอบด้วย Mizuho Corporate Bank ธนาคารกสิกรไทย จากัด (มหาชน) และธนาคารไทยพาณิชย์ จากัด (มหาชน) ได้ให้เงินกู้แก่โรงงานผลิตกระแสไฟฟ้าหนองแสง เป็นจานวนรวมมากกว่า 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยโรงงาน ฯ มีกาหนดเริ่มดาเนินการเชิงพาณิชย์ในปี พ.ศ. 2557

เอดีบีซึ่งมีสานักงานใหญ่ตั้งขึ้น ณ กรุงมะนิลา ได้อุทิศตนให้กับการลดความยากจนในภูมิภาคเอเชีย ผ่านการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจแบบองก์รวม การเจริญเติบโตแบบยั่งยืนที่คานึงถึงสิ่งแวดล้อม และการบูรณาการทางภูมิภาค เอดีบีก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2509 มีสมาชิก 67 ประเทศ โดย 48 ประเทศมาจากประเทศในภูมิภาคเอเชีย ในปี 2553 เอดีบีได้อนุมัติเงินช่วยเหลือ รวมทั้งเงินกู้ร่วม รวมเป็นมูลค่า 17.51 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ นอกจากนี้ โครงการสินเชื่อเพื่อการค้าของเอดีบีได้ให้การสนับสนุนด้านการค้าเป็นมูลค่า 2.8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ