- About ADB
- News & Events
- Data & Research
- Publications
-
Focus Areas
-
Sectors
- Agriculture
- Education
- Energy
- Finance
- Health
- Industry and Trade
- Information and Communication Technology
- Public Sector Management
- Social Protection
- Transport
- Water
-
- Projects
-
Countries
-
Subregional Programs
- Brunei Darussalam-Indonesia-Malaysia-Philippines East ASEAN Growth Area (BIMP-EAGA)
- Central Asia Regional Economic Cooperation (CAREC)
- Greater Mekong Subregion (GMS)
- Indonesia-Malaysia-Thailand Growth Triangle (IMT-GT)
- South Asia Subregional Economic Cooperation (SASEC)
-
Other Offices
- European Representative Office
- Japanese Representative Office
- North American Representative Office
- Pacific Liaison and Coordination Office
- Pacific Subregional Office
-
Countries with Operations
- Afghanistan
- Armenia
- Azerbaijan
- Bangladesh
- Bhutan
- Cambodia
- China, People's Republic of
- Cook Islands
- Fiji
- Georgia
- India
- Indonesia
- Kazakhstan
- Kiribati
-
ธนาคารพัฒนาเอเชียระบุว่า ความวุ่นวายทางเศรษฐกิจโลก เป็นบททดสอบของความยืดหยุ่นของตลาดทุนในเอเชีย
กรุงเทพ ฯ , ประเทศไทย (9 สิงหาคม 2554) – รายงานการติดตามภาวะตลาดทุนเอเชีย (Asia Capital Market Monitor) ของธนาคารพัฒนาเอเชีย (เอดีบี) ซึ่งเผยแพร่ในวันนี้ระบุว่า เมื่อปีที่ผ่าน มา ตลาดทุนในประเทศเกิดใหม่ในเอเชียได้แสดงให้เห็นว่ามีความยืดหยุ่นต่อ ความผันแปรของ เศรษฐกิจ โลก อย่างก็ดี ราคาหุ้นในเอเชียที่ตกต่่าลงอย่างฮวบฮาบ เมื่อเร็วๆ นี้ ซึ่งเป็นผลจากความไม่แน่นอนของ เศรษฐกิจสหรัฐอเมริกาและกลุ่มประเทศที่ใช้เงินยูโรได้ ตอกย้่าให้เห็นถึงความจ่าเป็นที่ ประเทศเกิดใหม่ใน เอเชียเหล่านี้จะ ต้องมีมาตรการรับมือที่เข้มแข็ง เพื่อเพิ่มความเชื่อมั่นให้แก่นักลงทุนพร้อมกับ หลีกเลี่ยงต่อ ความผันผวนที่มากเกินไป
นาย Iwan Azis ผู้อ่านวยการส่านักการบูรณาการทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาคของเอดีบี ซี่งเป็น ผู้จัดท่ารายงานฉบับบนี้ กล่าวว่า “ตลาดทุนในประเทศเกิดใหม่ในเอเชียยังคงมีความอ่อนไหวต่อการ เปลี่ยนแปลงในการตัดสินใจที่เกิดขึ้นอย่างปัจจุบันทันด่วนของนักลงทุน ผลกระทบต่อเนื่องจากวิกฤตหนี้สิน ในสหรัฐอเมริกาและยุโรปจะมีมากกว่าผลตอบแทนด้านการลงทุน เนื่องจากความอ่อนแอของเศรษฐกิจโลก จะส่งผลกระทบในทางลบต่อภาคการส่งออกของเอเชีย ”
รายงานการติดตามภาวะตลาดทุนเอเชียซึ่งเป็นรายงานการวิเคราะห์ผลการด่าเนินการและแนวโน้ม ของตลาดหุ้น ตลาดตราสารหนี้ และตลาดเงิน ประจ่าปีของเอดีบี ระบุว่า สภาวะแวดล้อมทางการเงินของ โลกมีความผันผวนมากขึ้นในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมาอันเกิดจากความกังวลใจของนักลงทุนต่อความอ่อนแอ ของการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก ความไม่สงบในตะวันออกกลางและแอฟริกาเหนือ รวมถึงปัญหาทางเงิน ในยุโรป
ในขณะที่ประเทศเกิดใหม่ในเอเชียยังไม่มีภูมิคุ้มกันจากปัญหาเหล่านี้ แต่คาดว่าพื้นฐานทางเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งและอัตราการแลกเปลี่ยนที่ให้ผลตอบแทนสูงกว่าประเทศที่มีเศรษฐกิจก้าวหน้าจะก่อให้เกิดการไหลเข้าของเงินทุนสู่ภูมิภาคเอเชียในปีนี้
ทั้งนี้ นาย Azis ได้เตือนด้วยว่า “ในขณะที่การเคลื่อนย้ายเงินทุนอย่างเสรีจะช่วยเพิ่มผลประโยชน์กับประเทศในทางทฤษฎี เนื่องจากมันจะช่วยส่งเสริมให้การจัดสรรแหล่งเงินทุนเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น แต่การหลั่งไหลของเงินทุนจ่านวนมากและมีความผันผวนเป็นปัจจัยเสี่ยงและความ ท้าทายเฉพาะหน้าของประเทศเกิดใหม่” ทั้งนี้ ดังจะเห็นจากประสบการณ์ที่เคยเกิดขึ้นมาแล้วว่า การไหลเข้าของเงินทุนระยะสั้นก้อนใหญ่มักจะส่งผลกระทบกับการด่าเนินโยบายการเงินภายในประเทศ ท่าให้ระบบการเงินของประเทศขาดเสถียรภาพ และฉุดรั้งการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ
อนึ่ง รายงานการติดตามภาวะตลาดทุนเอเชีย มีเนื้อหาครอบคลุม 11 ประเทศเกิดใหม่ในเอเชีย ประกอบด้วย สาธารณรัฐประชาชนจีน เขตปกครองพิเศษฮ่องกง สาธารณรัฐอินเดีย สาธารณรัฐอินโดนีเซีย สาธารณรัฐเกาหลี มาเลเซีย สาธารณรัฐฟิลิปปินส์ สาธารณรัฐสิงคโปร์ ไทเป ประเทศไทย และสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม
ความวิตกกังวลเกี่ยวกับการถดถอยของการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจโลกและปัญหาวิกฤตการณ์หนี้สินของสหรัฐอเมริกาและยุโรปได้ก่อให้เกิดการขยายตัวของส่วนต่างของอัตราผลตอบแทนหุ้นกู้ภาคเอกชนและอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลของประเทศเกิดใหม่ในเอเชียที่มีอายุเท่ากัน (credit spread) ตั้งแต่เดือนมีนาคม อย่างไรก็ตาม ความต้องการพันธบัตรรัฐบาลยังคงอยู่ในระดับที่เข้มแข็งอันเป็นผลจากฐานะทางการเงินที่แข็งแกร่งและแนวโน้มการขยายตัวทางเศรษฐกิจ ผู้กู้ยืมในประเทศเกิดใหม่ในเอเชียได้ออกพันธบัตรตราสารหนี้ที่อ้างอิงเงินสกุลกลุ่มประเทศอุตสาหกรรมหลัก (สหรัฐอเมริกา ยุโรป และญี่ปุ่น หรือกลุ่มประเทศ G 3) มูลค่า 29.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ในช่วงไตรมาสแรกของปี พ.ศ. 2554 ซึ่งมีมูลค่าสูงขึ้นจากพันธบัตรตราสารหนี้ที่ออกในไตรมาสแรกของปี พ.ศ. 2553 ที่มีมูลค่า 24.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ
รายงานฉบับนี้ระบุว่า ตลาดทุนในเอเชียยังคงฟื้นตัวจากวิกฤตเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่องโดยได้รับแรงหนุนจากความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจของภูมิภาคเอเชีย ผลก่าไรจากการด่าเนินงาน ของบริษัท และการขาดปัจจัยดึงดูดด้านผลตอบแทนในประเทศเศรษฐกิจที่พัฒนาแล้ว ทั้งนี้ เมื่อปี พ.ศ. 2553 เงินสกุลของประเทศเกิดใหม่ในเอเชียได้ให้ผลตอบแทนด้านอัตราแลกเปลี่ยนสูงสุดนับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2549 ซึ่งได้รับปัจจัยเกื้อหนุนจากการไหลเข้าของเงินทุนซึ่งได้รับการดึงดูดจากการเติบโตทางเศรษฐกิจที่สูงกว่าและอัตราดอกเบี้ยที่สูงกว่า โดยเงินสกุลริงกิตของมาเลเซียได้ให้ผลตอบแทนสูงสุด โดยมีการแข็งค่าขึ้นในอัตราร้อยละ 11 เมื่อเทียบกับเงินดอลลาร์สหรัฐ แม้ว่าผลตอบแทนจากอัตราแลกเปลี่ยนของเงินสกุลประเทศ เกิดใหม่จะขยายตัวในระดับปานกลางเมื่อเร็ว ๆ นี้ แต่ก็มีแนวโน้มว่า ผลก่าไรที่ได้จากการแข็งค่าของเงินสกุลเอเชียจะมีการขยายตัวสูงขึ้นต่อไป
ในขณะที่ระบุว่า ประเทศเกิดใหม่ในเอเชียจะยังคงมีการขยายตัวทางเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่องต่อไป ในอัตราร้อยละ 7.7 ในปี พ.ศ. 2554 และร้อยละ 7.6 ในปี พ.ศ. 2555 รายงานฉบับบนี้ของเอดีบีได้เตือนว่า ยังมีความเสี่ยงในด้านลบ (downside risks)ต่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจของภูมิภาคเอเชียสูง เนื่องจาก ผู้ก่าหนดนโยบายด้านการเงินทั่วภูมิภาคได้เพิ่มความพยายามในการรับมือกับปัญหาเงินเฟ้อท่ามกลางความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลกและความผันผวนทางการเงินที่เพิ่มมากขึ้น
ทั้งนี้ แม้ว่าจะมีการพัฒนาด้านความลึกและขนาดของตลาดทุนในประเทศเกิดใหม่ในเอเชียอย่างเห็นได้ชัด ความอ่อนไหวต่อความผันผวนของปัจจัยภายนอกที่เกิดขึ้นติดต่อกันท่าให้ความร่วมมือในภูมิภาคมีความจ่าเป็นต่อการเพิ่มความยืดหยุ่นของตลาดทุนของภูมิภาคเอเชีย นาย Azis กล่าวว่า “โครงสร้างพื้นฐานของตลาดทุนที่แข็งแกร่งมีความจ่าเป็นต่อการเสริมสร้างพัฒนาการและการบูรณาการของระบบการเงินของภูมิภาคเอเชีย”
เอดีบีซึ่งมีส่านักงานใหญ่ตั้งขึ้น ณ กรุงมะนิลา ได้อุทิศตนให้กับการลดความยากจนในภูมิภาคเอเชีย ผ่านการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจแบบองก์รวม การเจริญเติบโตแบบยั่งยืนที่ค่านึงถึงสิ่งแวดล้อม และการบูรณาการทางภูมิภาค เอดีบีก่อตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2509 มีสมาชิก 67 ประเทศ โดย 48 ประเทศมาจากประเทศในภูมิภาคเอเชีย ในปี พ.ศ. 2553 เอดีบีได้อนุมัติเงินช่วยเหลือ รวมทั้งเงินกู้ร่วม รวมเป็นมูลค่า 17.51 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ นอกจากนี้ โครงการสินเชื่อเพื่อการค้าของเอดีบีได้ให้การสนับสนุนด้านการค้าเป็นมูลค่า 2.8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ