เอดีบีประเมินรอบพิเศษ - เศรษฐกิจประเทศกำลังพัฒนาในเอเชียปรับตัวดีขึ้น

มะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์ (15 ธันวาคม 2552) – ธนาคารพัฒนาเอเชีย (Asian Development Bank) หรือ เอดีบี ได้ปรับเพิ่มประมาณการณ์เศรษฐกิจของ 45 ประเทศกำลังพัฒนาในเอเชีย หลังจากข้อมูลในไตรมาส 3 ของหลายๆ ประเทศในภูมิภาคส่งสัญญาณการฟื้นตัวดีกว่าที่คาดการณ์ไว้

สำหรับรายงานการประเมินเศรษฐกิจรอบพิเศษของเอดีบีซึ่งได้มีการแถลงข่าวในวันนี้ เอดีบีคาดว่าประเทศกำลังพัฒนาในเอเชีย 45 ประเทศ จะมีอัตราการเจริญเติบโตร้อยละ 4.5 ในปี 2552 และร้อยละ 6.6 ในปี 2553 ซึ่งเป็นการปรับการคาดการณ์สูงขึ้นจากการคาดการณ์ของรายงานการวิเคราะห์สถานการณ์และแนวโน้มเศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชีย ประจำปี 2552 (Asian Development Outlook (ADO) 2009 Update) ครั้งล่าสุด เมื่อเดือนกันยายน ที่ได้เคยคาดการณ์ไว้ร้อยละ 3.9 และร้อยละ 6.4 ตามลำดับ โดย 45 ประเทศกำลังพัฒนาในเอเชีย ครอบคลุมประเทศในเอเชียกลาง เอเชียตะวันออก เอเชียใต้ และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และแปซิฟิก

นายจอง หวา ลี หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ กล่าวว่า สถานการณ์เศรษฐกิจโลกเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว จึงจำเป็นจะต้องมีการประเมินเศรษฐกิจบ่อยครั้งมากขึ้นเพื่อให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว สำหรับเศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชียนั้นมีแนวโน้มที่ดูดีกว่าเมื่อครั้งที่เอดีบีได้ศึกษาแนวโน้มเศรษฐกิจของภูมิภาคเต็มรูปแบบในเดือนกันยายน ทั้งนี้ นโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจทั้งการเงินและการคลัง รวมทั้งเศรษฐกิจกลุ่ม G3 (ยุโรป ญี่ปุ่น และสหรัฐ) ที่กระเตื้องขึ้นปานกลาง ได้ช่วยให้เศรษฐกิจโดยเฉพาะในเอเชียตะวันออก และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ดีขึ้น

เอดีบีคาดการณ์ว่าเศรษฐกิจเอเชียตะวันออก ซึ่งได้แก่ จีน ฮ่องกง เกาหลี มองโกเลีย แลไต้หวัน จะเติบโตที่ร้อยละ 5.1 ในปี 2552 และร้อยละ 7.3 ในปีหน้า ในขณะที่เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งประกอบด้วย บรูไน กัมพูชา อินโดนีเซีย ลาว มาเลเซีย พม่า ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ ไทย และเวียดนาม คาดว่าจะเติบโตร้อยละ 0.6 ในปี 2552 และร้อยละ 4.5 ในปี 2553 ทั้งนี้ เอดีบีได้ปรับการคาดการณ์เศรษฐกิจไทย ณ ปัจจุบันว่าจะมีการหดตัวลดน้อยลงอยู่ที่ร้อยละ -3 ในปี 2552 และจะขยายตัวดีขึ้นอยู่ที่ร้อยละ 3.5 ในปี 2553

การประมาณการณ์เศรษฐกิจของจีนยังคงเดิมจากการคาดการณ์ ADO ครั้งสุดท้ายเมื่อเดือนกันยายน ที่ร้อยละ 8.2 ในปี 2552 และร้อยละ 8.9 ในปี 2553 ในขณะเดียวกัน เอดีบีคาดการณ์ ณ ปัจจุบันว่าอินเดียจะเติบโตที่ร้อยละ 7 ในปีนี้ ซึ่งสูงขึ้นร้อยละ 1 จากการประมาณการณ์ครั้งก่อน แต่การคาดการณ์สำหรับปี 2553 ยังคงเหมือนเดิมที่ร้อยละ 7 เช่นกัน “เราคาดว่าการเจริญเติบโตของเศรษฐกิจจีนจะเพิ่มขึ้นในปีหน้า แต่ระดับความเร็วของการเติบโตดังกล่าวจะขึ้นอยู่กับสถานกาณ์เศรษฐกิจโลกด้วย” นายลี กล่าว “ในขณะเดียวกัน อินเดียจะเผชิญกับความท้าทายหลายด้าน โดยเฉพาะจากระดับราคาที่เพิ่มสูงขึ้น ซึ่งรัฐบาลและธนาคารกลางจะต้องพิจารณาอย่างรอบคอบเมื่อมีการประเมินนโยบาย”

สำหรับการเติบโตของเอเชียกลางในปี 2552 มีแนวโน้มจะชะลอตัวลงกว่าการประมาณการณ์ครั้งก่อนอย่างมาก เนื่องจากเศรษฐกิจที่อ่อนแออย่างต่อเนื่องของอาเมเนีย อย่างไรก็ตาม ภูมิภาคดังกล่าวจะยังคงขยายตัวได้ถึงร้อยละ 3.6 ในปี 2552 ส่วนแนวโน้มเศรษฐกิจของแปซิฟิกยังคงเหมือนเดิม

เอดีบีได้แผยแพร่ ADO ซึ่งเป็นการคาดการณ์แนวโน้มเศรษฐกิจของประเทศกำลังพัฒนาในเอเชียเป็นประจำในเดือนมีนาคม หรือเมษายน ของทุกปี และจะรายงานสถานการณ์ล่าสุดของประเทศดังกล่าวอีกครั้งใน ADO Update ซึ่งจะเผยแพร่ในเดือนกันยายนของทุกปี

ในวันเดียวกันนี้ เอดีบีได้รายงานการติดตามภาวะเศรษฐกิจในเอเชีย (Asia Economic Monitor : AEM) ซึ่งเป็นการศึกษาเศรษฐกิจของกลุ่มประเทศเกิดใหม่ในเอเชียตะวันออก 14 ประเทศ ซึ่งมีการรายงาน 2 ครั้งต่อปีเป็นประจำในเดือนกรกฏาคม และธันวาคม ทั้งนี้ รายงาน AEM ได้คาดการณ์ว่าเศรษฐกิจของกลุ่มประเทศเกิดใหม่ในเอเชียตะวันออก 14 ประเทศ น่าจะขยายตัวได้ร้อยละ 4.2 ในปีนี้ และร้อยละ 6.8 ในปี 2552

เอดีบี ซึ่งมีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ ณ กรุงมะนิลา ได้อุทิศตนให้กับการลดปัญหาความยากจนในภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก โดยผ่านการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจแบบองค์รวม การเติบโตแบบยั่งยืนที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อม และการรวมตัวทางเศรษฐกิจ เอดีบีก่อตั้งเมื่อปี 2509 และมีสมาชิกทั้งหมด 67 ประเทศ โดย 48 ประเทศมาจากประเทศในภูมิภาค ในปี 2551 เอดีบีได้อนุมัติเงินกู้เป็นจำนวนเงินทั้งสิ้น 10.5 พันล้านเหรียญสรอ. และโครงการแบบเงินให้เปล่าอีกจำนวน 811.4 ล้านเหรียญสรอ. รวมทั้งความช่วยเหลือทางวิชาการจำนวน 274.5 ล้านเหรียญสรอ.