ฮานอย  ประเทศเวียดนาม (9 ตุลาคม 2563) -

ธนาคารพัฒนาเอเชีย หรือ เอดีบี และ บริษัท Phu Yen TTP Joint Stock Company (Phu Yen JSC) ได้ลงนามสัญญาเงินกู้มูลค่า 186 ล้านเหรียญสหรัฐ เพื่อการพัฒนาและดำเนินงานโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ 257 เมกะวัตต์ ใน ฮหว่า ฮอย จังหวัดฟูเอี้ยน ประเทศเวียดนาม ซึ่งเป็นเงินกู้สีเขียวที่ได้รับการรับรองครั้งแรกของประเทศ

Phu Yen JSC ถือหุ้นโดย บริษัท บี. กริมเพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) และ บริษัท Truong Thanh Viet Nam Group Joint Stock Company (TTVN)

การจัดหาเงินทุนประกอบด้วยเงินกู้ 27.9 ล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งได้รับการสนับสนุนเงินทุนจากเอดีบี เงินกู้ร่วมเสริมพิเศษ (B loan) มูลค่า 148.8 ล้านเหรียญสหรัฐ ที่ได้รับเงินสนับสนุนจากธนาคารพาณิชย์ โดยมีเอดีบีเป็นผู้ให้กู้หลัก (lender of record ) และเงินกู้ 9.3 ล้านเหรียญสหรัฐ จากกองทุนโครงสร้างพื้นฐานนำโดยภาคเอกชนชั้นนำของเอเชีย (Leading Asia’s Private Sector Infrastructure Fund: LEAP) เงินกู้ B loan ดังกล่าวเป็นเงินกู้สีเขียวรายแรกในเอเชียและแปซิฟิกที่ได้รับการรับรองโดย Climate Bonds Initiative และเป็นหนึ่งในเงินกู้ร่วมที่มีการระดมทุนขนาดใหญ่ที่สุดในเวียดนาม ธนาคารพาณิชย์ที่เข้าร่วม ได้แก่ ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารกสิกรไทย ธนาคารเกียรตินาคิน ธนาคารอุตสาหกรรมและการพาณิชย์แห่งประเทศจีน และธนาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ ทั้งนี้ เงินกู้สีเขียวจะใช้ในการสนับสนุนโครงการใหม่ๆ หรือโครงการที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อมและสภาพภูมิอากาศที่ดำเนินการอยู่แล้ว

“เอดีบีมุ่งมั่นที่จะสนับสนุนบี. กริม ซึ่งเป็นหนึ่งในคู่ค้าที่สำคัญที่สุดของเราที่ได้ขยายงานเกี่ยวกับพลังงานทดแทนไปสู่เวียดนามมาอย่างยาวนาน  และยังรู้สึกตื่นเต้นที่ได้ร่วมงานกับ TTVN เป็นครั้งแรก” นายแจคกี้ บี. ซูตานี ผู้อำนวยการแผนกการเงินโครงสร้างพื้นฐานในเอเชียตะวันออก เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และแปซิฟิก สำนักปฏิบัติการภาคเอกชนของเอดีบีกล่าว “โครงการนี้จะสนับสนุนการพัฒนากำลังการผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในเวียดนามให้ก้าวไปข้างหน้าอย่างรวดเร็วเพื่อเป้าหมายสู่สังคมคาร์บอนต่ำของประเทศ และเราหวังว่าจะเป็นการกระตุ้นให้ธนาคารพาณิชย์สนับสนุนเงินทุนสำหรับโครงการพลังงานหมุนเวียนได้เพิ่มมากยิ่งขึ้น”

โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์นี้เป็นโครงการที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในเวียดนาม และเป็นหนึ่งในโรงไฟฟ้าที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งจะช่วยลดคาร์บอนไดออกไซด์ได้ถึง 123,000 ตันต่อปี โรงไฟฟ้าจะรองรับความต้องการไฟฟ้าของเมือง กว๋างหงาย และญาจาง รวมทั้งพื้นที่โดยรอบในภูมิภาคซึ่งนับเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวที่สำคัญแห่งหนึ่งของเวียดนาม

“การทำธุรกรรมดังกล่าวจะสนับสนุนการพัฒนาพลังงานสะอาดและยั่งยืนในเวียดนาม พร้อมทั้งส่งเสริมตลาดเงินกู้สีเขียว
ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้” นางปรียนาถ สุนทรวาทะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ. บี.กริม เพาเวอร์ กล่าว “โครงการนี้เป็นโครงการนำร่องของบี. กริม เพาเวอร์ ในการนำแนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุดในระดับสากลมาประยุกต์ใช้ และการทำธุรกรรมสีเขียวที่สำคัญนี้เป็นข้อพิสูจน์ว่าเรามุ่งเน้นการทำธุรกิจอย่างยั่งยืน เราขอแสดงความขอบคุณเอดีบีอย่างยิ่งสำหรับบทบาทความเป็นผู้นำในการเป็นผู้ให้กู้หลักในครั้งนี้ ซึ่งเป็นการสนับสนุนอันประเมินค่ามิได้ที่สร้างขึ้นจากความสัมพันธ์อันยาวนานผ่านการทำธุรกรรมหลายต่อหลายครั้งที่ผ่านมา”

“TTVN มีความภาคภูมิใจที่ได้เป็นพันธมิตรท้องถิ่นในการพัฒนาก่อสร้างและดำเนินการโรงงานพลังงานแสงอาทิตย์แห่งนี้ใน ฮหว่า ฮอย จังหวัดฟูเอี้ยน” นาย Dang Trung Kien ประธาน TTVN กล่าว “TTVN ประสบความสำเร็จในการทำงานร่วมกับ บี. กริม ตั้งแต่วันแรกจนนำไปสู่การดำเนินการเชิงพาณิชย์ภายในระยะเวลาอันสั้น ซึ่งส่งผลต่อเป้าหมายความมั่นคงด้านพลังงานของเวียดนาม เรายินดีที่ได้เห็นโครงการนี้ดำเนินไปได้ด้วยดี และให้ความสำคัญกับความร่วมมือและการสนับสนุนจากเอดีบีและผู้ให้กู้จากธนาคารพาณิชย์อื่นๆ เพื่อการบรรลุเป้าหมายทางการเงินในตลาดพลังงานหมุนเวียนของเวียดนาม”

บมจ. บี. กริมเพาเวอร์ ก่อตั้งขึ้นในปี 2536 เป็นหนึ่งในผู้ผลิตไฟฟ้าเอกชนรายใหญ่ที่สุดของประเทศไทยด้วยกำลังการผลิตรวม 2.9 กิกะวัตต์ รวมทั้งมีโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ 24 แห่ง บมจ. บี. กริม เพาเวอร์ เป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มบริษัท บี. กริม ซึ่งมีประวัติการดำเนินธุรกิจในประเทศไทยยาวนานถึง 142 ปี  TTVN ก่อตั้งขึ้นในปี 2555 และมีส่วนร่วมในการลงทุนด้านพลังงานสะอาดในเวียดนาม โดยมีหุ้นในโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ 3 แห่ง ซึ่งมีกำลังการผลิตรวม 357 เมกะวัตต์และกำลังพัฒนาโครงการพลังงานลมและพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคา

LEAP ก่อตั้งขึ้นในปี 2559 ด้วยทุน 1.5 พันล้านเหรียญสหรัฐ โดยรับเงินสนับสนุนจากองค์การความร่วมมือระหว่างประเทศของญี่ปุ่น LEAP มุ่งเน้นการส่งมอบโครงการโครงสร้างพื้นฐานของภาคเอกชนที่มีคุณภาพสูงและยั่งยืนเพื่อลดการปล่อยก๊าซคาร์บอน ปรับปรุงประสิทธิภาพการใช้พลังงาน ให้บริการด้านการดูแลสุขภาพ การศึกษา และ การบริการสื่อสารที่เข้าถึงได้ในราคาที่เหมาะสมแก่ประเทศกำลังพัฒนาที่เป็นสมาชิกของเอดีบี

Climate Bonds Initiative เป็นหน่วยงานที่เน้นเกี่ยวกับผู้ลงทุน ส่งเสริมการลงทุนขนาดใหญ่ในธุรกิจคาร์บอนต่ำ และบริหารจัดการกรอบการรับรองและมาตรฐานระหว่างประเทศในการออกพันธบัตรที่คำนึงถึงสภาพภูมิอากาศ

เอดีบีมุ่งมั่นในการพัฒนาภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิกให้เจริญรุ่งเรือง มีการพัฒนาอย่างทั่วถึง พร้อมรับความเปลี่ยนแปลง และมีความยั่งยืน ในขณะเดียวกัน ยังคงพยายามในการขจัดปัญหาความยากจนต่อไป เอดีบีก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2509 มีประเทศสมาชิกทั้งหมด 68 ประเทศ โดย 49 ประเทศ มาจากประเทศในภูมิภาค

Media Contact