fbpx เอดีบีแนะ เอเชียใช้เครื่องมือเชิงนโยบายในการแก้ปัญหา เศรษฐกิจอ่อนไหวของภูมิภาค | Asian Development Bank

เอดีบีแนะ เอเชียใช้เครื่องมือเชิงนโยบายในการแก้ปัญหา เศรษฐกิจอ่อนไหวของภูมิภาค

News Release | 26 กันยายน 2018

ฮ่องกง (26 กันยายน 2561) – รายงานฉบับล่าสุดของธนาคารพัฒนาเอเชีย หรือ เอดีบี ระบุว่า นักวางแผนนโยบายในเอเชียแปซิฟิกมีเครื่องมือตัวเลือกมากมายในการจัดการเพื่อให้แน่ใจว่าความผันผวนของเศรษฐกิจโลกที่เพิ่มมากขึ้นอันเป็นผลจากการดำเนินนโยบายการเงินแบบภาวะปกติของกลุ่มประเทศพัฒนาแล้วและความตึงเครียดทางการค้าโลกที่เพิ่มมากขึ้น  จะไม่ส่งผลให้เศรษฐกิจที่เติบโตอย่างต่อเนื่องของภูมิภาคในช่วงทศวรรษที่ผ่านมาต้องชะลอตัวลง

รายงานการวิเคราะห์แนวโน้มเศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชียประจำปี 2561 ฉบับล่าสุด (Asian Development Outlook (ADO) 2018 Update) ได้เผยแพร่บทพิเศษซึ่งรายงานผลการศึกษาว่า ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกจะรับมือกับสถานการณ์ความไม่แน่นอนของโลก ผ่านการนำแนวนโยบายร่วมและนโยบายเชิงรุกที่ถูกออกแบบมาเพื่อรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจมหภาคไปปฏิบัติได้อย่างไร

 “นับตั้งแต่วิกฤตทางการเงินในเอเชียเมื่อ 20 ปีก่อน กลุ่มประเทศเอเชียกำลังพัฒนามีความเจริญรุ่งเรืองขึ้น ขณะที่ความท้าทายใหม่ๆ กลายมาเป็นภัยต่อความยืดหยุ่นและการเจริญเติบโตของภูมิภาค นายยาสุยูกิ ซาวาดะ หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของเอดีบีกล่าว ประเด็นปัญหาความอ่อนไหวต่างๆ สามารถแก้ไขได้ ผ่านการกำกับดูแลอย่างใกล้ชิดและการนำนโยบายที่ออกแบบมาอย่างถี่ถ้วนมาปฏิบัติด้วยความระมัดระวัง

รายงานยังระบุอีกว่า ประเด็นปัญหาความอ่อนไหวใหม่ๆ ที่กำลังก่อตัวขึ้นสามารถส่งผลให้เสถียรภาพทางเศรษฐกิจของภูมิภาคถดถอยลง เช่น ระดับหนี้ที่พุ่งขึ้นสูง ความผันผวนของการเคลื่อนย้ายเงินทุน ค่าเงินอ่อนตัวอย่างรุนแรง ราคาอสังหาริมทรัพย์ที่สูง และปัญหาจากการค้าข้ามพรมแดนที่ลุกลาม  การนำนโยบายการคลังแบบ Countercyclical fiscal policies มาปฏิบัติสามารถช่วยรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจได้ แต่จำเป็นต้องมีช่องวางนโยบายการคลังที่เหลืออยู่อย่างเพียงพอ  นอกเหนือจากเรื่องการลดระดับหนี้และเพิ่มพูนฐานภาษี รัฐบาลสามารถลงทุนในกองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติของประเทศที่ร่ำรวยทรัพยากรธรรมชาติ และ/หรือโครงข่ายการคุ้มครองทางสังคมซึ่งช่วยปกป้องชุมชนอ่อนไหวได้ เพื่อเป็นเครื่องมือสนับสนุนในการดำเนินนโยบาย Countercyclical fiscal policies ส่วนนโยบายการเงินควรให้ความสำคัญกับวัฏจักรสินเชื่อเช่นเดียวกับวัฏจักรธุรกิจ เนื่องจากทั้งสองวัฏจักรอาจไม่ได้เกิดขึ้นพร้อมกันเสมอไป

อัตราแลกเปลี่ยนที่ยืดหยุ่นมากขึ้นจะช่วยปกป้องเศรษฐกิจจากปัจจัยวิกฤตภายนอกได้ดียิ่งขึ้น รวมถึงภาครัฐอาจต้องลงมือแก้ไขสถานการณ์ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนที่รุนแรงให้คลี่คลายลง โดยอาจทำได้โดยการควบคุมการเคลื่อนย้ายเงินทุน ซึ่งจะช่วยลดแรงกดดันของอัตราแลกเปลี่ยนได้ นโยบายกำกับสถาบันการเงินเพื่อดูแลระบบเศรษฐกิจ (macroprudential policies) เช่น การกำหนดเพดานอัตราส่วนเงินกู้ต่อมูลค่าหลักประกันและเพดานอัตราหนี้ต่อรายได้ กลายมาเป็นนโยบายที่นิยมอย่างมากโดยเฉพาะหลังจากวิกฤตการเงินโลก  เอเชียนับเป็นภูมิภาคที่มีการใช้มาตรการกำกับสถาบันการเงินเพื่อดูแลระบบเศรษฐกิจมากที่สุด โดยส่วนใหญ่มาตรการจะถูกใช้เพื่อรักษาเสถียรภาพตลาดอสังหาริมทรัพย์

นอกจากนี้ มาตรการที่จะช่วยเสริมสร้างความเข้มแข็งของเศรษฐกิจมหภาคและรากฐานอื่นๆ ยังคงเป็นเรื่องสำคัญ รวมถึงการทำให้แน่ใจว่านโยบายการคลังมีความสมเหตุสมผล ธนาคารกลางอิสระมีส่วนช่วยในการประสานนโยบายของประเทศ ภาคการเงินมีโครงสร้างพื้นฐานที่แข็งแกร่ง การปฏิรูปเชิงโครงสร้างที่มุ่งเน้นตลาดเป็นหลัก และโครงข่ายการคุ้มครองทางสังคมที่เพียงพอ

เอดีบีได้อุทิศตนเพื่อบรรลุเป้าหมายการสร้างความเจริญรุ่งเรือง การพัฒนาอย่างทั่วถึง ความพร้อมรับความเปลี่ยนแปลง และความยั่งยืนของภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ขณะที่ยังคงพยายามขจัดความยากไร้ในภูมิภาคต่อไป  เอดีบี ซึ่งก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2509 ปัจจุบันมีประเทศสมาชิก 67 ประเทศ โดย 48 ประเทศ มาจากประเทศในภูมิภาค ในปี 2560 การดำเนินงานของเอดีบีมีมูลค่ารวมทั้งหมด 32.2 พันล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งรวมถึงการให้กู้ร่วมจำนวน 11.9 พันล้านเหรียญสหรัฐ