มะนิลา ฟิลิปปินส์ (21 กรกฎาคม 2565) — ธนาคารพัฒนาเอเชีย (Asian Development Bank) หรือเอดีบี ได้ปรับลดแนวโน้มการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศกำลังพัฒนาในเอเชียและแปซิฟิกอยู่ที่ร้อยละ 4.6 ในปีนี้ จากที่เคยคาดการณ์ไว้เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมาที่ร้อยละ 5.2เนื่องจากการขยายตัวของเศรษฐกิจจีนชะลอลง การเงินตึงตัวในระบบเศรษฐกิจที่พัฒนาแล้ว และภาวะเศรษฐกิจถดถอยอันเป็นผลจากการรุกรานยูเครนโดยรัสเซียอย่างต่อเนื่อง 

เอดีบียังได้ปรับเพิ่มการคาดการณ์อัตราเงินเฟ้อในภูมิภาคนี้ ท่ามกลางราคาอาหารและเชื้อเพลิงที่สูงขึ้นอีกด้วย 

รายงานการวิเคราะห์แนวโน้มเศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชียประจำปี 2565 ฉบับเพิ่มเติม (Asian Development Outlook 2022 Supplement) ซึ่งเผยแพร่วันนี้ กล่าวว่า ประเทศกำลังพัฒนาในเอเชียและแปซิฟิกกำลังฟื้นตัวอย่างต่อเนื่องจากการระบาดใหญ่ของ COVID-19 โดยหลายประเทศกำลังผ่อนคลายข้อจำกัดการเดินทางต่างๆ ซึ่งจะช่วยในการเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับกิจกรรมทางเศรษฐกิจ อย่างไรก็ตาม การเติบโตของเศรษฐกิจจีนซึ่งมีขนาดเศรษฐกิจที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคชะลอตัวลง เนื่องจากการหยุดชะงักของกิจกรรมต่างๆ จากการล็อกดาวน์เพื่อป้องกัน COVID-19 ระลอกใหม่ รวมถึงอุปสงค์ทั่วโลกที่อ่อนแอลงด้วย 

“ผลกระทบทางเศรษฐกิจจากการระบาดใหญ่ลดลงทั่วทั้งเอเชีย แต่เรายังห่างไกลจากการฟื้นตัวอย่างสมบูรณ์และยั่งยืน” กล่าวโดยนายอัลเบิร์ต พาร์ค หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ประจำเอดีบี “นอกเหนือจากการชะลอตัวของเศรษฐกิจจีน ผลกระทบจากสงครามในยูเครนยังได้เพิ่มแรงกดดันด้านเงินเฟ้อที่ทำให้ธนาคารกลางทั่วโลกต้องปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย ซึ่งจะเป็นตัวยับยั้งการเติบโตทางเศรษฐกิจ สิ่งที่สำคัญ คือ เราต้องจัดการกับความไม่แน่นอนทั่วโลกเหล่านี้ที่ยังคงเป็นปัจจัยเสี่ยงต่อการฟื้นตัวของภูมิภาค” 

เอดีบีคาดว่าเเศรษฐกิจจีนจะขยายตัวอยู่ที่ร้อยละ 4.0 ในปีนี้ จากที่เคยคาดการณ์ไว้ก่อนหน้านี้ที่ร้อยละ 5.0 และยังได้ปรับลดแนวโน้มการเติบโตของอินเดียลงมาอยู่ที่ร้อยละ 7.2 จากร้อยละ 7.5 ท่ามกลางอัตราเงินเฟ้อที่สูงกว่าคาดและภาวะเงินตึงตัว 

อัตราเงินเฟ้อในประเทศกำลังพัฒนาในเอเชียและแปซิฟิกคาดว่าจะเพิ่มสูงขึ้นอยู่ที่ร้อยละ 4.2 ในปีนี้ เทียบกับที่คาดการณ์ไว้ก่อนหน้านี้ที่ร้อยละ 3.7 อย่างไรก็ตาม แรงกดดันเงินเฟ้อในภูมิภาคโดยรวมยังคงต่ำกว่าที่อื่นในโลก 

สำหรับปี 2566 นั้นเอดีบีได้ปรับลดประมาณการการเติบโตทางเศรษฐกิจของภูมิภาคลงอยู่ที่ร้อยละ 5.2 จากร้อยละ 5.3 ในขณะที่ได้ปรับเพิ่มการคาดการณ์เงินเฟ้อขึ้นเป็นร้อยละ 3.5 จากร้อยละ 3.1 เอดีบีได้ปรับแนวโน้มการเติบโตของบางอนุภูมิภาคให้สูงขึ้น โดยปรับเพิ่มการเติบโตเศรษฐกิจเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เป็นร้อยละ 5.0 จากร้อยละ 4.9 ในปีนี้ ท่ามกลางอุปสงค์ 

ภายในประเทศที่เพิ่มขึ้นจากการผ่อนคลายข้อจำกัดจากการแพร่ระบาด COVID-19 สำหรับคอเคซัสและเอเชียกลางนั้น เอดีบีได้ปรับเพิ่มการเติบโตทางเศรษฐกิจขึ้นเป็นร้อยละ 3.8 จากร้อยละ 3.6 เนื่องจากเศรษฐกิจในอนุภูมิภาคบางส่วนสามารถต้านทานผลกระทบทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นจากการรุกรานยูเครนโดยรัสเซียได้ดีกว่าที่คาดไว้ ในขณะที่ภูมิภาคแปซิฟิกนั้น การท่องเที่ยวได้กลับมาฟื้นตัวขึ้นในฟิจิ ซึ่งช่วยให้แนวโน้มการเติบโตของอนุภูมิภาคปรับตัวดีขึ้นจากร้อยละ 3.9 เป็นร้อยละ 4.7  

เอดีบีมุ่งมั่นในการพัฒนาภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิกให้เจริญรุ่งเรือง มีการพัฒนาอย่างทั่วถึง พร้อมรับความเปลี่ยนแปลง และมีความยั่งยืน ในขณะเดียวกัน ยังคงพยายามในการขจัดปัญหาความยากจนต่อไป เอดีบีก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2509 มีประเทศสมาชิกทั้งหมด 68 ประเทศ โดย 49 ประเทศ มาจากประเทศในภูมิภาค 

Media Contact