เอดีบีชี้ประเทศกำลังพัฒนาในเอเชียจะเติบโตเพียงร้อยละ 0.1 ในปีนี้

News Release | 18 มิถุนายน 2020

มะนิลา, ฟิลิปปินส์ (18 มิถุนายน 2563) - ธนาคารพัฒนาเอเชีย หรือ เอดีบี รายงานว่าประเทศกำลังพัฒนาในเอเชียจะเติบโตไม่มากนักในปี 2563 เนื่องจากมาตรการควบคุมต่างๆ เพื่อแก้ไขปัญหาการระบาดครั้งใหญ่ของเชื้อไวรัส COVID-19 ที่ส่งผลให้เกิดการชะลอกิจกรรมทางเศรษฐกิจและทำให้ความต้องการจากภายนอกลดลง

เอดีบีได้เปิดเผยรายงานการวิเคราะห์แนวโน้มเศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชีย (Asian Development Outlook: ADO) ประจำปี 2563 ฉบับเพิ่มเติมล่าสุด (Supplement) ในวันนี้ หลังจากที่เคยรายงานไปครั้งสุดท้ายเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา  โดยระบุว่า ในปี 2563 ภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิกจะเติบโตเพียงร้อนละ 0.1 (ตารางที่ 1) ซึ่งลดลงจากที่เคยคาดการณ์ไว้ที่ร้อยละ 2.2 ในเดือนเมษายน และตัวเลขนี้คาดว่าจะเป็นการเติบโตที่ช้าที่สุดสำหรับภูมิภาคตั้งแต่ปี 2504 สำหรับการเติบโตในปี 2564 คาดว่าจะเพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 6.2 เช่นที่เคยคาดการณ์ไว้ในเดือนเมษายน ในขณะที่ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP)  คาดว่าจะยังคงต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้และต่ำกว่าแนวโน้มก่อนเกิดวิกฤติ

ประเทศกำลังพัฒนาในเอเชีย (ไม่รวมเศรษฐกิจอุตสาหกรรมใหม่ของฮ่องกง จีน เกาหลี สิงคโปร์ และไทเป) คาดว่าจะเติบโตที่ร้อยละ 0.4 ในปีนี้และร้อยละ 6.6 ในปี 2564

“เศรษฐกิจในเอเชียและแปซิฟิกจะยังคงได้รับผลกระทบจากการระบาดใหญ่ของ COVID-19 ในปีนี้ แม้ว่าการปลดล็อคจะค่อยๆ คลี่คลายและมีการผ่อนปรนกิจกรรมทางเศรษฐกิจในรูปแบบ ‘ปกติใหม่’ " กล่าวโดย นายยาซูยูกิ ซาวาดะ หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ประจำเอดีบี “ในขณะที่เราเห็นแนวโน้มการเติบโตที่สูงขึ้นสำหรับภูมิภาคในปี 2564  แต่นั่นเป็นเพราะตัวเลขที่อ่อนแอในปีนี้และจะไม่ใช่การฟื้นตัวในรูปแบบตัววี (V-shaped recovery) รัฐบาลควรดำเนินมาตรการเชิงนโยบายเพื่อลดผลกระทบเชิงลบของ COVID-19 และทำให้มั่นใจว่าจะไม่มีการแพร่ระบาดของโรคระลอกใหม่”

แนวโน้มทางเศรษฐกิจยังมีความเสี่ยงขาลงจากผลกระทบของการระบาดใหญ่ของ COVID-19 ที่อาจเกิดขึ้นหลายระลอกในช่วงเวลาที่กำลังจะมาถึง บวกกับหนี้รัฐบาลและวิกฤตการณ์ทางการเงินที่ไม่สามารถควบคุมได้ นอกจากนี้ ยังมีความเสี่ยงจากการเพิ่มระดับความตึงเครียดทางการค้าที่เกิดขึ้นใหม่ระหว่างสหรัฐอเมริกาและจีนอีกด้วย

เอเชียตะวันออกคาดว่าจะเติบโตร้อยละ 1.3 ในปี 2563 ซึ่งเป็นอนุภูมิภาคเดียวที่ยังมีการเติบโตในปีนี้  ในขณะที่การเติบโตในปี 2564 คาดว่าจะฟื้นตัวอยู่ที่ร้อยละ 6.8 การเติบโตของจีนคาดว่าจะอยู่ที่ร้อยละ 1.8 ในปีนี้และ 7.4 ในปี 2564 เมื่อเทียบกับประมาณการเมื่อเดือนเมษายนที่ร้อยละ 2.3 และร้อยละ 7.3 ตามลำดับ

เศรษฐกิจของเอเชียใต้คาดว่าจะหดตัวร้อยละ 3.0 เมื่อเทียบกับการเติบโตร้อยละ 4.1 ที่เคยคาดการณ์ไว้ในเดือนเมษายน เนื่องจากมีการแพร่ระบาดอย่างหนักของเชื้อไวรัส COVID-19 ในอนุภูมิภาค ส่วนแนวโน้มการเติบโตในปี 2564 ถูกปรับลดลงเหลือร้อยละ 4.9 จากร้อยละ 6.0 เศรษฐกิจของอินเดียคาดว่าจะหดตัวร้อยละ 4.0 ในปีงบประมาณ 2563 ซึ่งสิ้นสุดเมื่อวันที่ 31 มีนาคม 2564 ก่อนจะกลับมาเติบโตที่ร้อยละ 5.0 ในปีงบประมาณถัดไป

กิจกรรมทางเศรษฐกิจในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้คาดว่าจะหดตัวที่ร้อยละ 2.7 ในปีนี้ ก่อนที่จะกลับมาเติบโตร้อยละ 5.2 ในปี 2564 การหดตัวดังกล่าวเกิดจากประเทศเศรษฐกิจหลักในอนุภูมิภาคได้ดำเนินมาตรการต่างๆ เพื่อควบคุมโรคระบาดซึ่งส่งผลกระทบต่อการบริโภคและการลงทุนในประเทศ โดยคาดว่าเศรษฐกิจอินโดนีเซียจะหดตัวที่ร้อยละ 1.0 ฟิลิปปินส์จะหดตัวที่ร้อยละ 3.8 และไทยจะหดตัวที่ร้อยละ 6.5 ตามลำดับ ในขณะที่เวียดนามคาดการณ์ว่าจะเติบโตที่ร้อยละ 4.1 ในปี 2563 ต่ำกว่าที่เคยคาดการณ์เมื่อเดือนเมษายน 0.7 จุด แต่ยังคงเป็นอัตราการเติบโตที่เร็วที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

เศรษฐกิจของเอเชียกลางคาดว่าจะหดตัวร้อยละ 0.5 เมื่อเทียบกับการคาดการณ์เมื่อเดือนเมษายนที่ร้อยละ 2.8 เนื่องจากการหยุดชะงักทางการค้าและการตกต่ำของราคาน้ำมัน แต่อย่างไรก็ตาม การเติบโตคาดว่าจะกลับมาฟื้นตัวที่ร้อยละ 4.2 ในปี 2564

มาตรการจำกัดการค้าและจำนวนการท่องเที่ยวที่ลดลงส่งผลกระทบต่อภาพรวมทางเศรษฐกิจของอนุภูมิภาคแปซิฟิก โดยคาดว่าเศรษฐกิจของอนุภูมิภาคจะหดตัวที่ร้อยละ 4.3 ในปี 2563 ก่อนที่จะกลับมาเพิ่มขึ้นที่ร้อยละ 1.6% ในปี 2564

อัตราเงินเฟ้อของประเทศกำลังพัฒนาในเอเชียคาดว่าจะอยู่ที่ร้อยละ 2.9 ในปี 2563 ลดลงจากที่คาดการณ์ไว้ที่ร้อยละ 3.2 ในเดือนเมษายน ซึ่งสะท้อนถึงอุปสงค์และราคาน้ำมันที่ลดลง ส่วนในปี 2564 อัตราเงินเฟ้อคาดว่าจะอยู่ที่ร้อยละ 2.4