fbpx การเงินสีเขียวและการเงินสีฟ้าลดช่องว่างการลงทุนทางโครงสร้างพื้นฐานเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ | Asian Development Bank

การเงินสีเขียวและการเงินสีฟ้าลดช่องว่างการลงทุนทางโครงสร้างพื้นฐานเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

News from Country Offices | 15 กุมภาพันธ์ 2019

กรุงเทพฯ, ประเทศไทย (15 กุมภาพันธ์ 2562) –การประชุมเชิงปฏิบัติการของสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (ASEAN) ที่จัดขึ้น ณ กรุงเทพมหานคร ได้ระบุว่าประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้จำเป็นต้องส่งเสริมนวัตกรรมทางการเงิน‘สีเขียว’ (green finance) และ‘สีฟ้า’ (blue finance) เพื่อแก้ปัญหาช่องว่างทางการเงินที่เพิ่มขึ้นสำหรับการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานที่ยั่งยืนในภูมิภาค  

กระทรวงการคลังของประเทศไทย โดยการสนับสนุนของธนาคารพัฒนาเอเชีย หรือ เอดีบี ได้ร่วมกันเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อหาแนวทางการจัดหานวัตกรรมทางการเงินสำหรับโครงสร้างพื้นฐานที่ยั่งยืน เมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2561 ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นการจัดขึ้นพร้อมกับการประชุมระหว่างคณะทำงานอาเซียนด้านการเงินการคลังและคณะทำงานจากธนาคารกลาง (ASEAN Finance and Central Bank Deputies’ Working Group Meeting) ก่อนที่จะมีการประชุมรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังอาเซียน (ASEAN Finance Ministers’ Meeting: AFMM ) ในเดือนเมษายนนี้ การประชุมเชิงปฏิบัติการครั้งนี้ได้รวบรวมเจ้าหน้าที่รัฐบาล  ผู้แทนภาคเอกชน  และผู้เชี่ยวชาญอื่น ๆ เพื่อหารือเกี่ยวกับแนวทางการจัดหา นวัตกรรมทางการเงินในภูมิภาค

“อาเซียนต้องการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานเป็นอย่างมาก” นายราเมศ สุบรามาเนียม ผู้อำนวยการสำนักเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ของเอดีบีกล่าว “เราต้องการแนวทางในการจัดหานวัตกรรมทางการเงินที่ช่วยลดความเสี่ยงในโครงการ และ เชื่อมโยงเครือข่ายพันธมิตรเข้าด้วยกัน พร้อมทั้งสนับสนุนการพัฒนาพลังงานสะอาดที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และช่วยแก้ปัญหาความท้าทายด้านพัฒนาต่างๆ ที่สำคัญ”

นางสาวเกตสุดา สุประดิษฐ์ รองผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง กล่าวว่า การประชุมเชิงปฏิบัติการครั้งนี้นับเป็นจุดเริ่มต้นของกิจกรรมต่าง ๆ ของรัฐบาลไทย ในฐานะประธานอาเซียน ในปีพ.ศ. 2562 ซึ่งมีจุดประสงค์หลักเพื่อเสริมสร้างความเชื่อมโยงของอาเซียนภายใต้การติดตามด้านการเงินและการคลัง นอกจากนี้ ผลการประชุมเชิงปฏิบัติการจะถูกรายงานไปยังการประชุมคณะทำงานอาเซียนด้านการเงินการคลังและคณะทำงานจากธนาคารกลาง รวมทั้งคณะกรรมการพัฒนาตลาดทุนและหน่วยงานกำกับดูแลตลาดทุนอาเซียน

เอดีบีระบุว่าความต้องการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานของสมาชิกอาเซียนคาดว่าจะอยู่ที่ประมาณ 210 พันล้านเหรียญสหรัฐต่อปี หากพิจารณาถึงการมีส่วนร่วมในการลดการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของภูมิภาคอาเซียนและต้นทุนการปรับตัวรวมเข้าด้วยกัน  งบประมาณจากภาครัฐเพียงอย่างเดียวจะไม่สามารถลดช่องว่างนี้ได้ ดังนั้น อาเซียนจึงมีความจำเป็นเร่งด่วนในการกระะตุ้นให้เกิดการระดมทุนจากจากภาคเอกชนด้วยเช่นกัน

การใช้การคลังภาครัฐอย่างมีประสิทธิภาพเพื่อระดมทุนจากตลาดทุนและดึงดูดนักลงทุนเชิงพาณิชย์กำลังได้รับความสนใจจากทั่วโลกและในภูมิภาคอาเซียน โดยมีกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานเพื่ออนาคตประเทศไทย  (Thailand Future Fund) ช่องทางรวมเพื่อสร้างเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืนของประเทศอินโดนีเซีย (Indonesia’s Sustainable Development Goals One platform) และ กองทุนสีเขียวภายใต้กองทุนเพื่อการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานอาเซียน (ASEAN Catalytic Green Finance Facility of the ASEAN Infrastructure Fund)  เป็นตัวอย่างว่ากองทุนสาธารณะสามารถจัดหาเงินลงทุนผ่านการระดมทุนจากภาคเอกชนเพื่อลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานอย่างยั่งยืนได้อย่างไร

การประชุมเชิงปฏิบัติเป็นการทบทวนความพยายามและเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการแก้ไขกฎระเบียบที่เอื้อให้สภาพแวดล้อมของภูมิภาคอาเซียนมีเสถียรภาพและคาดการณ์ได้ และการใช้กลยุทธ์การระดมทุนผ่านกองทุนสาธารณะกับโครงการพัฒนาต่างๆ เพื่อลดความเสี่ยงและดึงดูดนักลงทุนให้ลงทุนในโครงการที่เกี่ยวเนื่องกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและความพยายามในการอนุรักษ์สภาพแวดล้อมของภาคเอกชนเพิ่มมากขึ้น

 การเงิน‘สีเขียว’ ได้ถูกนำเสนอว่าเป็นนวัตกรรมทางการเงิน ซึ่งช่วยส่งเสริมพัฒนาสิ่งแวดล้อมให้ดีขึ้น ลดผลกระทบและช่วยในการปรับตัวจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และทำให้การอนุรักษ์ธรรมชาติและการหมุนเวียนทรัพยากรมีประสิทธิภาพมากขึ้น นอกจากนั้น การเงิน‘สีฟ้า’ ถูกกล่าวถึงว่าเป็นรูปแบบการระดมเงินทุนแบบใหม่ที่มีประสิทธิภาพเพื่อจัดการกับมลพิษที่เพิ่มขึ้นจากพลาสติกและวัสดุอื่นๆ ในแม่น้ำและมหาสมุทรในภูมิภาค ในการประชุมปฏิบัติการนี้ ได้กล่าวถึงกลไก ตัวอย่าง และโครงสร้างของทั้งการเงิน‘สีเขียว’ และการเงิน‘สีฟ้า’ โดยการประชุมคณะทำงานอาเซียนจะยังคงดำเนินต่อไปจนถึงวันศุกร์ที่15 กุมภาพันธ์ ที่กรุงเทพฯ

เอดีบีมุ่งมั่นในการพัฒนาภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิกให้เจริญรุ่งเรือง มีการพัฒนาอย่างทั่วถึง พร้อมรับความเปลี่ยนแปลง และมีความยั่งยืน ในขณะเดียวกัน ยังคงพยายามในการขจัดปัญหาความยากจนต่อไป  เอดีบีก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2509