มะนิลา ฟิลิปปินส์ (12 ธันวาคม 2561) – เจ้าหน้าที่อาวุโสของกลุ่มประเทศสมาชิกอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง (the Greater Mekong Subregion : GMS) จะมาประชุมร่วมกันในงาน GMS Economic Corridors Forum (ECF) ครั้งที่ 10 เพื่อหารือเกี่ยวกับวิธีการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานแบบเร่งด่วน (fast-track) และการกระตุ้นเศรษฐกิจในแนวพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจซึ่งเชื่อมต่อกับอนุภูมิภาค โดยการประชุมจะจัดขึ้นภายในอาทิตย์นี้ ณ กรุงเนปยีดอ ประเทศพม่า

“แนวพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจถือเป็นกระดูกสันหลังของ GMS” นาย Alfredo Perdiguero ผู้อำนวยการสำนักความร่วมมือระดับภูมิภาคในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ของเอดีบี กล่าว “แนวระเบียงเศรษฐกิจเหล่านี้ช่วยให้ชุมชนต่างๆ สามารถเข้าถึงบริการทางสังคมได้สะดวกขึ้น ช่วยให้เกิดโอกาสจ้างงานใหม่ๆ และช่วยกระตุ้นการเติบโตทางเศรษฐกิจ”

การประชุมครั้งนี้ถูกจัดขึ้น 20 ปีให้หลังจากที่เจ้าหน้าที่ปฏิบัติการตามแผนงาน GMS ได้เริ่มนำยุทธศาสตร์แบบองค์รวมมาปฏิบัติเป็นครั้งแรก เพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานภายในภูมิภาค และเพื่อเชื่อมต่อศูนย์กลางกิจกรรมทางเศรษฐกิจ  นับแต่นั้นเป็นต้นมา กลุ่มประเทศ GMS  ไม่เพียงแต่จะให้ความสำคัญกับการสร้างถนน ท่าเรือ และโครงสร้างพื้นฐานอื่นๆ ที่ทันสมัยและมีคุณภาพสูง แต่ยังสนับสนุนการเชื่อมโยงด้านกฎระเบียบ (software connectivity) ผ่านการพัฒนาด้านโลจิสติกส์ การอำนวยความสะดวกทางการค้าและการขนส่ง และการบูรณาการที่ดียิ่งขึ้นของวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) สู่ห่วงโซ่คุณค่าของภูมิภาค

การประชุม ECF ครั้งแรก จัดขึ้นเพื่อให้แน่ใจว่าชุมชนต่างๆ จะได้รับประโยชน์จากแนวพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจ และเพื่อเสริมสร้างศักยภาพของประเทศสมาชิกในการรับมือกับปัญหาข้ามพรมแดน เช่น การโยกย้ายถิ่นฐานและการควบคุมโรค รวมถึงสนับสนุนให้เกิดการพัฒนาอย่างยั่งยืนและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

การประชุม ECF ครั้งที่ 10 นี้ จัดขึ้นหลังจากงานประชุมสุดยอดผู้นำประเทศอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขงครั้งที่ 6 (the 6th GMS Summit) ในเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ซึ่งได้นำแผนปฏิบัติการฮานอย (Hanoi Action Plan 2018-2022) มาใช้ ซึ่งให้ความสำคัญกับโครงการริเริ่มต่างๆ ที่ช่วยเร่งการพัฒนาของแนวพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจในอนุภูมิภาค ผ่านความเชื่อมโยง ขีดความสามารถในการแข่งขัน และประชาคมที่เข้มแข็งขึ้นใน GMS

แผนงาน GMS ของเอดีบี รวมถึงการพัฒนาในแนวพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจตะวันออก-ตะวันตก เหนือ-ใต้ และตอนใต้ ระเบียงเศรษฐกิจเหล่านี้ได้ช่วยสร้างงาน และช่วยให้ประชากรหลายล้านคนได้เข้าถึงสินค้าและการบริการมากขึ้น ซึ่งส่งผลให้มีการค้าและการลงทุนภายใน GMS เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว  

เอดีบีมุ่งมั่นในการพัฒนาภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิกให้เจริญรุ่งเรือง มีการพัฒนาอย่างทั่วถึง พร้อมรับความเปลี่ยนแปลง และมีความยั่งยืน ในขณะเดียวกัน ยังคงพยายามในการขจัดปัญหาความยากจนต่อไป  เอดีบีก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2509 มีประเทศสมาชิกทั้งหมด 67 ประเทศ โดย 48 ประเทศ มาจากประเทศในภูมิภาค ในปี 2560 การดำเนินงานของเอดีบีมีมูลค่ารวมทั้งหมด 32.2 พันล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งรวมถึงการให้กู้ร่วมจำนวน 11.9 พันล้านเหรียญสหรัฐ

Media Contact

SHARE THIS PAGE