กรุงโตเกียว  ประเทศญี่ปุ่น (13 พฤศจิกายน 2562) – ธนาคารพัฒนาเอเชีย หรือ เอดีบี รายงานว่าประชากรสูงอายุจะมีส่วนในการส่งเสริมการเติบโตทางเศรษฐกิจในภูมิภาคและแปซิฟิกได้หากรัฐบาลสนับสนุนนโยบายและเทคโนโลยีที่ช่วยพัฒนาระบบการประกันสุขภาพของผู้สูงอายุ พร้อมพัฒนาทักษะให้สอดคล้องกับการสร้างงานในอนาคตของคนกลุ่มนี้

รายงานการบูรณาการเศรษฐกิจในเอเชีย ปี 2562/2563: การเปลี่ยนแปลงของจำนวนประชากร ภาคการผลิต และบทบาทของเทคโนโลยีในภูมิภาคเอเชีย (The Asian Economic Integration Report 2019/2020 (AEIR): Demographic Change, Productivity, and the Role of Technology) เป็นการรายงานความคืบหน้าของความร่วมมือและการบูรณาการระดับภูมิภาคในเอเชียและแปซิฟิก นอกจากนั้น รายงานยังมีบทพิเศษเกี่ยวกับบทบาทและศักยภาพของเทคโนโลยีในการส่งเสริมการเพิ่มผลผลิตให้กับเศรษฐกิจที่มีประชากรสูงอายุอีกด้วย

“แนวโน้มการเพิ่มขึ้นของประชากรสูงอายุในเอเชียและแปซิฟิคเป็นสิ่งที่ไม่สามารถเลี่ยงได้ แต่รัฐบาลควรจพลิกสถานการณ์ดังกล่าวให้กลายเป็นอีกหนึ่งโอกาสทองของเอเชีย” กล่าวโดย นายยาซูยูกิ ซาวาดะ หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ประจำเอดีบี “ในปัจจุบัน ผู้สูงอายุได้รับการศึกษาที่ดีขึ้นและมีสุขภาพดีกว่าเมื่อเทียบกับอดีต ดังนั้น การวางนโยบายเรื่องเทคโนโลยีสมัยใหม่ที่ดีจะสามารถยืดอายุการทำงานและสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจแบบมหภาคได้อย่างมีประสิทธิภาพ”

ในระหว่างปี 2533 ถึง 2560 ภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิกมีค่าเฉลี่ยอายุที่มีสุขภาพดีเพิ่มขึ้น 7 ปี จากอายุ 57.2 เป็นอายุ 63.8 และ ในระหว่างปี 2533 ถึง 2558 คนอายุ 55 - 64 ปี มีค่าเฉลี่ยการศึกษาเพิ่มขึ้นจาก 4.6  เป็น 7.8 ปี

การวัดมาตรฐานค่าเฉลี่ยการมีสุขภาพดีและมาตรฐานความรู้ควรจะขึ้นอยู่กับเศรษฐกิจของประชากรสูงอายุและระดับการศึกษาในช่วงวัยนั้นๆ โดยสามารถแบ่งออกเป็น 4 ประเภท คือ การเติบโตของประชากรสูงอายุแบบช้าและรวดเร็ว  และระดับการศึกษาที่สูงกว่าหรือต่ำกว่าระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน

ประเทศที่มีการเติบโตอย่างรวดเร็วของประชากรสูงอายุและมีระดับการศึกษาสูงกว่าระดับค่าเฉลี่ยจะได้รับประโยชน์จากการนำเทคโนโลยีแบบอัตโนมัติมาใช้เพื่อทดแทนแรงงานประจำซึ่งมีจำนวนลดน้อยลง ในขณะที่ประเทศที่มีอัตราการเติบโตของประชากรสูงอายุน้อยกว่าประกอบกับระดับการศึกษาที่ต่ำกว่า จะมีแน้วโน้มนำเทคโนโลยีไปใช้ในการเพิ่มคุณภาพการศึกษาและเป็นตัวช่วยให้เกิดการเรียนรู้ที่มีปะสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

หากไม่คำนึงถึงอายุและระดับการศึกษา  รายงานฉบับนี้ได้กล่าวถึงรูปแบบการศึกษาและการฝึกอบรมทักษะการเรียนรู้ตลอดชีวิต รวมถึงการนำเทคโนโลยีเข้ามามีส่วนร่วมในการทำงานเพื่อให้พนักงานสูงอายุมีสถานที่ทำงานและลักษณะการทำงานที่เหมาะสม นอกจากนั้น การปรับเปลี่ยนรูปแบบของตลาดแรงงาน การรักษาความปลอดภัยทางสังคม  และการปฏิรูปภาษีจะยังส่งเสริมให้ผู้สูงอายุมีแรงจูงใจในการทำงานต่อไป ประการสุดท้าย การออกนโยบายที่จะช่วยส่งเสริมการเคลื่อนย้ายของตลาดทุน ตลาดแรงงาน และเทคโนโลยีข้ามพรมแดนจะเป็นประโยชน์ในการช่วยเหลือประเทศต่างๆ ข้ามผ่านการเปลี่ยนแปลงทางประชากรศาสตร์และการนำเทคโนโลยีมาใช้ในโลกปัจจุบัน

รายงานยังกล่าวว่าความร่วมมือทางเศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิกยังคงแข็งแกร่งท่ามกลางความตึงเครียดการค้าโลก โดยรายงานดัชนีความร่วมมือในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกปี 2560 ล่าสุด เปิดเผยว่า โครงสร้างพื้นฐานและการเชื่อมโยงระหว่างภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิกมีการพัฒนามากที่สุด แต่การรวมกลุ่มในภูมิภาคยังลดลงเนื่องจากมาตรการทางการเงินต่างๆ อย่างไรก็ตาม เอเชียตะวันออกและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มีการบูรณาการกับภูมิภาคเอเชียมากขึ้น ในขณะที่เอเชียกลางและเอเชียใต้มีระดับการบูรณาการเป็นไปตามค่าเฉลี่ยของภูมิภาค 

ในส่วนของการค้าของภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิกคาดว่าจะชะลอตัวลงต่อไปในปี 2562 ท่ามกลางการชะลอตัวของความเจริญเศรษฐกิจทั่วโลก โดยในปี 2561 ส่วนแบ่งของการค้าภายในภูมิภาคยังคงแข็งแกร่งอยู่ที่ร้อยละ 57.5 ของการค้าโลก เพิ่มขึ้นจากร้ค่าเฉลี่ยของปี 2553-2360  ซึ่งอยู่ที่ร้อยละ 56.3  การลงทุนภายในประเทศและต่างประเทศมีแนวโน้มที่จะขยายตัวในปี 2561 ในขณะที่เงินทุนไหลเข้าทำสถิติสูงสุดที่ 302.1 พันล้านเหรียญสหรัฐในปีที่แล้ว

เอดีบีมุ่งมั่นในการพัฒนาภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิกให้เจริญรุ่งเรือง มีการพัฒนาอย่างทั่วถึง พร้อมรับความเปลี่ยนแปลง และมีความยั่งยืน ในขณะเดียวกัน ยังคงพยายามในการขจัดปัญหาความยากจนต่อไป ในปี 2561 เอดีบี ได้ให้เงินกู้และเงินช่วยเหลือแบบให้เปล่าจำนวน 21.6 พันล้านเหรียญสหรัฐ  เอดีบีก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2509 มีประเทศสมาชิกทั้งหมด 68 ประเทศ โดย 49 ประเทศ มาจากประเทศในภูมิภาค

Media Contact