มะนิลา ฟิลิปปินส์ (22 กันยายน 2564) – รายงานการวิเคราะห์แนวโน้มเศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชีย ประจำปี 2564 ฉบับล่าสุด (Asian Development Outlook (ADO) 2021 Update) ของธนาคารพัฒนาเอเชีย (Asian Development Bank) หรือ เอดีบี เปิดเผยวันนี้ว่า รัฐบาลในภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิกต้องปฏิรูปการเกษตรเพื่อให้มีความทันสมัยมากขึ้น ทนต่อสภาพอากาศ และครอบคลุมในเวลาที่ภูมิภาคฟื้นตัวจากการระบาดครั้งใหญ่ของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19)

รายงานฉบับล่าสุดระบุว่า ด้วยจำนวนประชากรที่ยากจนในพื้นที่ชนบทของภูมิภาคเอเชียมีถึงร้อยละ 76 ดังนั้นการเพิ่มผลผลิตทางการเกษตรและรายได้จึงเป็นกุญแจสำคัญที่จะใช้ในการต่อสู้กับความยากจน และได้เรียกร้องให้รัฐบาลออกนโยบายที่บูรณาการเทคโนโลยี การลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน นวัตกรรม และการปฏิรูปกฎระเบียบ เพื่อรับรองความมั่นคงด้านอาหารและการพัฒนาเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง

รายงานได้กล่าวว่า การระบาดใหญ่ของ COVID-19 ได้ส่งผลให้ประชากรราว 75-80 ล้านคนของประเทศกำลังพัฒนาในเอเชียเข้าสู่ความยากจนขั้นรุนแรง ซึ่งสิ่งนี้ทำให้เกิดความไม่มั่นคงทางอาหารมากขึ้น ในปีนี้ ความหิวโหยทั่วโลกจะเพิ่มขึ้นราวหนึ่งในสามตามการประเมินของกระทรวงเกษตรของสหรัฐอเมริกา และจากจำนวนประชากร 291 ล้านคนที่ได้รับความทุกข์ยากจากความไม่มั่นคงด้านอาหารทั่วโลกนั้น ร้อยละ 72 อยู่ในภูมิภาคเอเชีย โดยเฉพาะในบังคลาเทศ อินเดีย อินโดนีเซีย และปากีสถาน

“ภาคการเกษตรได้สนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจของภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิกให้เป็นไปอย่างรวดเร็วในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา แต่ความท้าทายที่หลากหลาย - จาก COVID-19 ไปสู่การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและการขยายตัวของเมือง – กำลังผลักดันให้จำเป็นต้องปรับปรุงและเปลี่ยนแปลงภาคส่วนต่างๆ ให้ทันสมัยขึ้น” กล่าวโดยนายโจเซฟ ซเวกลิช จูเนียร์ รักษาการหัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ประจำเอดีบี “นโยบายต่างๆ ที่สนับสนุนการเปลี่ยนแปลงนี้ส่งผลให้มีการดึงเรื่องความมั่นคงด้านอาหารมาเป็นประเด็นสำคัญ อีกทั้งยังจะช่วยปกป้องรักษาการฟื้นตัวของภูมิภาคและการพัฒนาที่ยั่งยืนด้วย”

นอกเหนือจากการแพร่ระบาด การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเป็นความท้าทายอันใหญ่หลวงที่การเกษตรของภูมิภาคเอเชียต้องเผชิญ การเพิ่มขึ้นของสภาพอากาศที่รุนแรงกำลังคุกคามการผลิตพืชผลและความยั่งยืนโดยรวม ซึ่งตั้งแต่ปี 2551 ถึงปี 2561 ภูมิภาคเอเชียได้สูญเสียพืชผลการเกษตรและปศุสัตว์มูลค่าสูงถึง 207 พันล้านเหรียญสหรัฐ จากภัยพิบัติต่างๆ หรือคิดเป็นร้อยละ 74 ของยอดรวมทั่วโลก ตามข้อมูลขององค์การอาหารและการเกษตรแห่งสหประชาชาติ และเพื่อแก้ไขปัญหานี้ รัฐบาลสามารถวางนโยบายและแผนต่างๆ เพื่อส่งเสริมแนวทางแก้ไขในหลายๆ ด้านได้ เช่น จัดทำระบบเตือนภัยล่วงหน้าสำหรับสภาพอากาศที่สุดขั้ว วางโครงสร้างพื้นฐานทางการเกษตรและวิธีปฏิบัติด้านการผลิตที่มีความยืดหยุ่นต่อสภาพอากาศ และจัดให้มีการประกันภัยพืชผลในราคาที่เอื้อมถึง

ความท้าทายอื่นๆ นั้น ยังรวมถึงผลกระทบจากการขยายเมืองอย่างรวดเร็วต่อการเพิ่มผลผลิตของแรงงานในฟาร์ม การเปลี่ยนแปลงความต้องการด้านอาหาร เช่น ความต้องการเนื้อสัตว์ที่เพิ่มขึ้น และโครงสร้างพื้นฐานที่ล้าสมัย โดยเฉพาะในแง่ของการจัดการน้ำและการชลประทาน รวมถึงมาตรการสนับสนุนของรัฐบาลที่เก่าและไม่ทันเหตุการณ์

การพัฒนาด้านต่าง ๆ เช่น การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำและเทคโนโลยีดิจิทัลที่มีศักยภาพจะช่วยเปลี่ยนแปลงการเกษตรในภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก ปัจจุบัน การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำมีสัดส่วนประมาณครึ่งหนึ่งของการทำประมงของโลกและเติบโตอย่างรวดเร็ว ซึ่งประมาณร้อยละ 90 ของการทำการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำนั้นอยู่ในภูมิภาคเอเชีย ในขณะเดียวกัน เทคโนโลยีดิจิทัล ซึ่งรวมถึงโทรศัพท์มือถือและแอพพลิเคชั่นต่างๆ นั้น ยังสามารถช่วยเพิ่มความรู้ด้านเทคนิคในหมู่เกษตรกรรายย่อยได้มากถึง 350 ล้านคนในภูมิภาค ซึ่งช่วยให้พวกเขาสามารถรับนวัตกรรมมาใช้ในทางปฏิบัติได้และยังสามารถรับข้อมูลการตลาดที่เป็นปัจจุบันได้เช่นเดียวกัน   

รายงานยังระบุว่า นโยบายต่างๆ ของรัฐบาลนั้นควรเปลี่ยนไปจากการสนับสนุนการผลิตแบบเดิมๆ พวกเขาควรให้ความสำคัญกับการลงทุนด้านการวิจัยและพัฒนา การส่งเสริมนวัตกรรม และการพัฒนาที่มุ่งเน้นตลาดมากขึ้น ในขณะเดียวกัน รัฐบาลต้องปกป้องสิทธิของคนงานในฟาร์ม รวมทั้งแรงงานข้ามชาติและสตรีด้วยเช่นกัน เพื่อให้แน่ใจได้ว่าทุกคนจะได้รับประโยชน์จากการเปลี่ยนแปลงของภาคส่วนอย่างเท่าเทียมกัน

เอดีบีมุ่งมั่นในการพัฒนาภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิกให้เจริญรุ่งเรือง มีการพัฒนาอย่างทั่วถึง พร้อมรับความเปลี่ยนแปลง และมีความยั่งยืน ในขณะเดียวกัน ยังคงพยายามในการขจัดปัญหาความยากจนต่อไป เอดีบีก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2509 มีประเทศสมาชิกทั้งหมด 68 ประเทศ โดย 49 ประเทศ มาจากประเทศในภูมิภาค

Media Contact