โตเกียว ญี่ปุ่น (25 กันยายน 2562) - ธนาคารพัฒนาเอเชีย หรือ เอดีบี รายงานว่า ในการรักษาอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจและการจ้างงานของเมืองที่กำลังเพิ่มขึ้น ประเทศกำลังพัฒนาในเอเชียจำเป็นต้องได้รับการสนับสนุนการวางแผนที่ดินและเศรษฐกิจที่ดี เพื่อเป็นแนวทางในการวางเครือข่ายการขนส่งที่มีประสิทธิภาพและที่อยู่อาศัยราคาไม่แพง

“เมืองในเอเชียมีความสำคัญต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจที่รวมถึงการสร้างงานและนวัตกรรม แต่ยังไม่ใช่ข้อสรุปสำหรับทศวรรษข้างหน้า” กล่าวโดย นายยาซูยูกิ ซาวาดะ หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของเอดีบี “การจัดการกับโครงสร้างพื้นฐานที่ไม่เป็นระบบ ความแออัด ที่อยู่อาศัย การศึกษา และการดูแลสุขภาพเป็นสิ่งสำคัญ หากต้องการให้เมืองเหล่านั้นยังคงมีพลังขับเคลื่อนต่อไป”

การเติบโตของประชากรที่หลั่งไหลเข้ามาอยู่ในเขตเมืองเพิ่มขึ้น 5 เท่า จาก 375 ล้านคนในปี 2513  เป็น 1.84 พันล้านคนในปี 2560  ภายในปี 2593 คาดว่าจะมีประชากรประมาณ 3 พันล้านคน หรือประมาณร้อยละ 64 ของประชากรในภูมิภาค ในขณะเดียวกัน เมืองต่างๆ ยังคงมีการเติบโตไปในทิศทางที่อยู่นอกเหนือขอบเขตการบริหาร เช่น การเชื่อมต่อพื้นที่ระหว่างเมืองเพื่อสร้างเมืองใหม่ เป็นต้น

ในแต่ละประเทศมีการให้นิยามของเมืองที่แตกต่างกันออกไป เอดีบี ใช้ภาพถ่ายดาวเทียมในเวลากลางคืนและข้อมูลประชากรที่สามารถประเมินได้ว่าผู้คนอาศัยและทำงานอยู่ที่ใด โดยในปี 2559 เอดีบีประมาณการประเทศกำลังพัฒนาในเอเชียว่ามี 1,459 เมืองที่เรียกว่า "เมืองธรรมชาติ" ร้อยละ 34.7 ของเมืองธรรมชาติเหล่านี้คาดว่าจะเป็นที่อยู่อาศัยของประชากรที่อยู่ในประเทศกำลังพัฒนาในเอเชียบนร้อยละ 2.3 ของพื้นที่ดิน  จีนมีเมืองธรรมชาติมากที่สุดจำนวน 680 แห่ง รองลงมาคืออินเดีย 320 แห่ง อินโดนีเซีย 93 แห่ง และปากีสถาน 63 แห่ง รวมกัน 4 ประเทศนี้คิดเป็นร้อยละ 80 ของเมืองธรรมชาติในประเทศกำลังพัฒนาในเอเชีย

เมื่อเวลาผ่านไป เมืองธรรมชาติหลายแห่งได้เชื่อมต่อถึงกัน  ซึ่งในปี 2559 มีกลุ่มเมืองเกิดขึ้น 124 แห่ง โดย 28 แห่งเป็นที่อยู่ของประชากรจำนวน 10 ล้านคน และในจำนวนนี้ มี 8 เมืองอยู่ในจีน 7 เมืองในอินเดีย 3 เมืองในอินโดนีเซีย 2 เมืองในเกาหลีและเวียดนาม และอย่างละ 1 เมืองในบังคลาเทศ มาเลเซีย ปากีสถาน ฟิลิปปินส์ ไทเป และไทย โดยเมืองธรรมชาติที่ใหญ่ที่สุดอยู่ล้อมรอบเมืองเซียงไฮ้ ซึ่งเชื่อมโยง 53 เมือง ภายใต้ 4 เขตการบริหารปกครองจังหวัดเข้าไว้ด้วยกัน

ในการเตรียมพร้อมเข้าสู่ตลาดแรงงานที่มีการแข่งขันสูง เมืองต่างๆ จำเป็นต้องมีระบบขนส่งสาธารณะที่มีราคาไม่แพงและมีประสิทธิภาพซึ่งรวมถึง รถไฟ รถเมล์ การขนส่งร่วม และการจัดสรรบริการรถโดยสารที่ไม่เป็นทางการต่างๆ เช่น รถสองแถวขนาดเล็ก และรถสามล้อ ให้เป็นระบบ สิ่งเหล่านี้จะลดความแออัดในเมืองต่างๆ ได้ เช่น กรุงมะนิลา ฟิลิปปินส์  กรุงกัวลาลัมเปอร์ มาเลเซีย และกรุงย่างกุ้ง พม่า นอกจากนั้น รัฐบาลควรตรวจสอบให้แน่ใจว่ามีที่ดินเพียงพอสำหรับการสร้างบ้านที่มีราคาสมเหตุสมผล พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกและเครือข่ายการขนส่งสาธารณะ รายงานศึกษา 211 เมืองใน 27 ประเทศและพบว่าร้อยละ 90 ของประชากรเมือง ได้รับความเดือดร้อนจากราคาบ้านที่ไม่สอดคล้องกับกับรายได้เฉลี่ยต่อครัวเรือน

การวางแผนพัฒนาพื้นที่และเศรษฐกิจในระยะยาวเป็นสิ่งที่จำเป็น เพื่อเตรียมรับมือกับการเติบโตที่มีแนวโน้มที่จะกระจุกตัวในเขตเมือง ซึ่งแผนพัฒนานี้จะต้องมีการประสานงานกันในพื้นที่และหน่วยงานปกครองส่วนท้องถิ่นอย่างรอบคอบ

Media Contact